29 June 2012
อินเดียยกระดับอาหารริมทางสู่มาตรฐานความปลอดภัย
ผลการวิเคราะห์ตัวอย่างสุ่มตรวจอาหารริมทางของอินเดียในปี 2553 พบว่ามีถึง 47 จาก 50 ตัวอย่างที่มีการปนเปื้อนเชื้อก่อโรคในอาหาร ถือเป็นความเสี่ยงต่อผู้บริโภคที่นิยมรับประทานอาหารริมทางด้วยราคาที่ประหยัดและสะดวกกว่าภัตตาคารและโรงแรม เนื่องจากแหล่งผลิตและจำหน่ายนั้นมีข้อจำกัดของการเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาด สุขอนามัยที่ดี ไปจนถึงการกำจัดขยะที่เหมาะสม
จากปัญหาดังกล่าวสำนักงานมาตรฐานของอินเดีย (BIS) จึงได้เตรียมประกาศใช้ข้อกำหนดสำหรับการผลิตและจำหน่ายอาหารริมทาง ซึ่งมีคำแนะนำด้านความปลอดภัยทั้งการรับประทานและปรุงอาหารจากวั! ตถุดิบชนิดต่างๆ เช่น น้ำ นม ชา ผงกาแฟ เป็นต้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการยกระดับความปลอดภัยอาหารและสาธารณสุขของอินเดีย
ที่มา : FoodSafetyNews (29 มิ.ย.55)
นมจีนปนสารพิษอีก-ผู้ผลิตขออภัยชี้อุบัติเหตุ
ไบรต์ไดอารี ผู้ผลิตนมสดจีนเรียกคืนสินค้านมสดหลายร้อยลัง หลังพบข้อผิดพลาดของเครื่องจักร ทำให้นมที่ผลิตจำนวนหนึ่งปนเปื้อนสารอัลคาไลน์ และมีการร้องเรียนถึงกลิ่นและสีที่ผิดปกติ
ผลการตรวจสอบพบว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจากการซ่อมเครื่องจักรล่าช้าสิบกว่าวินาที ทำให้สารทำความสะอาดเครื่องจักรที่เป็นอัลคาไลน์ตกค้างเมื่อเดินเครื่องผลิตนม โดยทางบริษัทได้แถลงขออภัยและจะเพิ่มความเข้มงวดในขั้นตอนการผลิตและบำรุงรักษาให้มากขึ้น
ที่มา : ไทยโพสต์ (29 มิ.ย.55)
28 June 2012
FAO-OIE เผยกลยุทธ์ควบคุม FMD ระดับโลก
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) เปิดเผยในงานประชุม 2nd FAO/OIE global conference on FMD control ที่จัดโดยกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับ FAO และ OIE ที่กรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2555 ว่าต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งของหน่วยงานด้านสัตวแพทย์ เพื่อประสิทธิภาพในการควบคุม FMD ทั่วโลก เช่น โครงการรณรงค์โรค FMD ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน (SEACFMD) ซึ่งดำเนินงานโดย OIE/Bangkok ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นรูปแบบโครงการที่มีประสิทธิภาพ
แผนปฏิบัติการร่วมของ FAO-OIE ได้แก่
1. Performance of Ve! terinary Services Pathway (PVS) เพื่อประเมินและยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานด้านสัตวแพทย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานของ OIE
2. Progressive Control Pathway for Foot-and-Mouth Disease (PCP-FMD) เพื่อช่วยเหลือรายประเทศอย่างเป็นขั้นตอนในการดำเนินแผนจัดการความเสี่ยงโรค FMD โดยมุ่งไปที่ความร่วมมือในภูมิภาคเพื่อควบคุมการระบาดของ FMD ข้ามจุดผ่านแดน ซึ่งทาง FAO-OIE และหน่วยงานระหว่างประเทศจะพร้อมให้คำปรึกษาภายใต้กรอบปฏิบัติเพื่อพัฒนาการควบคุมโรคสัตว์ที่ติดต่อข้ามประเทศ (GF-TADs)
โรค FMD ทำให้เกิดการสูญเสียปศุสัตว์ ทำให้ปริมาณน้ำนมและการเกิดลูกที่ลดลง และมีอัตราการตายสูงในสัตว์วัยอ่อนที่เป็นโรค ซึ่งมีการประเมินว่า FMD ทำให้เกิดการสูญเสียต่อเศรษฐกิจโลกถึงปีละ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (160,000 ล้านบาท)
ที่มา : ThePigSite (28 มิ.ย.55)
อาเซียนเตรียมแผนรับมืออาหารปลอดภัยในภาวะวิกฤติ
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2555 ตัวแทนจาก 10 ประเทศอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน กัมพูชา พม่า ลาว เวียดนาม และไทย และอีก 3 ประเทศ คือ บังกลาเทศ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ได้ร่วมประชุมระดมสมองจัดทำแผนอาเซียนในการรับมือความปลอดภัยด้านอาหารของประเทศในภาวะฉุกเฉินวิกฤติ เช่น ภัยทางธรรมชาติ ภัยจากสารเคมีและโรคติดต่อ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลิตผลทางการเกษตร สุขภาพ โดยเฉพาะผู้อยู่ในพื้นที่ประสบภัย
โดยไทยได้จัดตั้งสำนักส่งเสริมและสนับสนุนอาหารปลอดภัย สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นศูนย์ประสานองค์กร! ต่างๆ ทั้งระดับในประเทศและต่างประเทศในกรณีเกิดภาวะฉุกเฉินด้านความปลอดภัยอาหาร (International Food Safety Authority Network : INFOSAN) ของประเทศไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำคู่มือในการพัฒนาแผนรับมือความปลอดภัยอาหารในภาวะฉุกเฉิน ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ สอดคล้องกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบเตือนภัยและสืบสวนด้านความปลอดภัยอาหาร ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้บริโภคอาหารปลอดภัย คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 ปี และเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (AEC) ในปี 2558
ที่มา : ไทยรัฐ(28 มิ.ย.55)
26 June 2012
นักวิจัยพบวิธีผลิตเอทานอลจากเศษปาล์มน้ำมัน
วิจัยจากมาเลเซียและญี่ปุ่นค้นพบวิธีการแยกกลูโคสจากเยื่อของเศษปาล์มน้ำมันเหลือทิ้งในขั้นตอนการผลิตน้ำมันปาล์ม ซึ่งเฉพาะในประเทศมาเลเซียมีปริมาณสูงถึง 15 ล้านตันต่อปี
กลูโคสที่แยกได้สามารถนำไปหมักโดยใช้น้ำทิ้งในโรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม และยีสต์ เพื่อผลิตเป็นเอทานอล ซึ่งเป็นประโยชน์ในการเป็นส่วนผสมเชื้อเพลิง
ศึกษางานวิจัยได้ที่
http://www.pertanika.upm.edu.my/Pertanika%20PAPERS/JTAS%20Vol.35%20%281%29%20Feb.%202012/19%20Pg%20117-126.pdf
ที่มา : AllAboutFeed (26/06/55
21 June 2012
แคนาดาปรับปรุงระเบียบฉลากอาหารก่อภูมิแพ้ เริ่มใช้ ส.ค.นี้
กระทรวงสาธารณสุขแคนาดาได้ประกาศร่างระเบียบใหม่ เรื่อง การแสดงฉลากอาหารที่มีส่วนประกอบของสารก่อภูมิแพ้ กลูเต็น และซัลไฟต์ ภายใต้กฎหมายความปลอดภัยสินค้าผู้บริโภค โดยระเบียบใหม่นี้กำหนดให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าสินค้าอาหารต้องติดฉลากระบุส่วนประกอบของสารก่อภูมิแพ้ ได้แก่ กลูเต็น ซัลไฟต์ ถั่วลิสง ไข่ นม ถั่ว ข้าวสาลี ถั่วเหลือง งา อาหารทะเล และมัสตาร์ด ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไป โดยกฎระเบียบนี้จะอนุญาตให้ใช้ฉลากเดิมได้ก่อนเป็นเวลา 18 เดือน นับจากวันที่ระเบียบมีผลบังคับใช้ระเบียบการแสดงฉลากอาหารก่อภูมิแพ้ สรุปได้ดังนี้
&! nbsp; 1. อาหารที่มีสารก่อภูมิแพ้เป็นส่วนประกอบ ให้ระบุคำว่า "Contains" แทนคำว่า "Allergy and intolarance Information - Contains" บนฉลาก
2. อาหารที่มีสารก่อภูมิแพ้ หรือแหล่งโปรตีนเป็นส่วนประกอบ ให้ระบุเป็นคำทั่วไปลงบนฉลาก เช่น Milk, Wheat
3. กำหนดให้เมล็ดมัสตาร์ดเป็นสารก่อภูมิแพ้
4. ให้ระบุชื่อสามัญที่เป็นแหล่งที่มาของโปรตีนที่สกัดได้จากพืชที่ได้จากกระบวนการ Hydrolysis
ผลผลิตจากพืช เช่น เมล็ดธัญพืช (cereal grain) เช่น ระบุว่า "hydrolyzed vegetable protein (soy)"
5. ให้ใช้คำว่า "Wheat" ซึ! ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้อยู่แล้ว แทนสารก่อภูมิแพ้จากธัญพืชสกุล Trit! icum ได้ แก่ Spelt, Kamut
6. ยกเลิกการบังคับให้ระบุข้อความแสดงว่ามีสารซัลไฟต์เป็นส่วนประกอบ หากมีปริมาณ 10 มล./กก. หรือมากกว่า
7. ให้ระบุส่วนประกอบของสารช่วยตกตะกอนที่ได้จากไข่ ปลา หรือนม ที่ใช้ในการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถ้าส่วนประกอบนั้นยังคงมีอยู่ในผลิตภัณฑ์8. ให้ระบุสารก่อภูมิแพ้ที่ใช้ในสารเคลือบเงาหรือส่วนประกอบของสารดังกล่าวสำหรับผักผลไม้บรรจุเสร็จ
ที่มา : มกอช.(21มิ.ย.55)
วิกฤติอียูฉุดส่งออกยางวูบ 33%
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ประเมินวิกฤติเศรษฐกิจสหภาพยุโรป จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกยางพาราและผลิตภัณฑ์ เนื่องจากเป็นสินค้าอุปโภค และมีความยืดหยุ่นต่อรายได้ที่แท้จริงสูง และยังได้รับผลกระทบจากการส่งออกของประเทศที่สามที่เป็นคู่ค้าอียู ได้แก่ จีน อินเดีย บราซิล ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ เนื่องจากไม่สามารถระบายสินค้าแปรรูปไปในตลาดอียูได้ โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2555 มูลค่าการส่งออกยางพาราของไทยลดลงถึง 33% จาก 25,700 ล้านบาท เหลือเพียง 17,125 ล้านบาท
สศก.ประเมินว่า ราคายางเฉลี่ยในประเทศปีนี้จะอยู่ที่ 80-100 บาทต่อกิโลกรัม แต่นายกส! มาคมยางพาราไทยเชื่อว่า ยางมีแนวโน้มขึ้นราคาได้อีกในช่วงครึ่งหลังของปี เนื่องจากสต็อกยางพาราทั่วโลกลดลง การเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์-อะไหล่ยนต์ อีกทั้งอัตราส่วนส่งออกไปยังอียูของไทยมีเพียง 11% แต่ไปยังจีนถึง 30% จึงต้องจับตามองจีนว่ามีทิศทางแนวโน้มดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างไร
จากวิกฤติอียูดังกล่าว สินค้าบริโภคขั้นพื้นฐาน ได้แก่ กุ้ง ไก่ น้ำตาล ข้าว ทูน่ากระป๋อง ผัก และผลไม้ อาจจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่กระนั้น สศก. ประเมินว่าภาคการเกษตรไทยมีแนวโน้มได้รับผลกระทบ 3 ระดับ คือ ในกรณีที่กรีซสามารถประนอมหนี้ ไทยจะมี GDP ภาคการเกษตรเพิ่ม 5% ส่วนถ้ากรีซไม่ได้รับการสนับสนุนทางการเงิน ไทยจะมี GDP ลดลงเหลือประมาณ 3.4% และถ้าหากวิกฤติลามไปสู่อิตาลีและสเปน GDP ภาคการเกษตรอาจลดลงเหลือเพียง 2.5%
ที่มา : มกอช.(21มิ.ย.55)
จีนตั้งเป้าปี 2558 บรรลุแผนดำเนินการด้านความปลอดภัยอาหาร
จีนพร้อมจัดระเบียบความปลอดภัยอาหาร โดยเผยแผนห้าปีในการดำเนินการ ซึ่งจะอาศัยความร่วมมือจาก 14 องค์กรของรัฐ รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงเกษตรของจีน เพื่อตรากฎหมายใหม่ 269 ฉบับ ครอบคลุมถึงมาตรฐานผลิตภัณฑ์นม การใช้สารแต่งกลิ่นรส กำหนดค่าการปนเปื้อนไมโคท็อกซิน และวางกรอบบรรจุภัณฑ์อาหาร ภายหลังจากพบว่ามีการเรียกคืนผลิตภัณฑ์นมสำหรับทารกและหางนมผงที่ปนเปื้อนสารปรอทจากยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอาหาร
เป้าหมายการจัดระบบทั้งบังคับใช้กฎระเบียบใหม่จะแล้วเสร็จในปี 2558 เพื่อสะสางความยุ่งเหยิงในปัจจุบันที่! แต่ละหน่วยงานตรากฎหมายมานับพันฉบับ และมีหลายฉบับที่มีความขัดแย้งกันในการบังคับใช้ โดยจีนตั้งเป้าหมายการผลิตในอนาคต ต้องเข้าถึงมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร ซึ่งพบว่าผลดำเนินการในขณะนี้มีแนวโน้มในทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ที่มา : FoodProductionDaily (21มิ.ย.55)
19 June 2012
พัฒนาการสวัสดิภาพสัตว์กับกฎหมายอียู
คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) กำลังพิจารณาปรับปรุงกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งเตรียมเข้าสู่กระบวนการพิจารณากรอบของกฎหมาย เพื่อมุ่งเน้นการให้ทั้งความชัดเจนและโปร่งใสของข้อมูลแก่ผู้บริโภค และยังคงความเข้มแข็งในการบังคับใช้ทั่วสหภาพยุโรป ไปจนถึงการครอบคลุมกระบวนการค้าและกักขังสัตว์ เช่น การกักขังสัตว์ป่า หรือการค้าสัตว์เลี้ยง
ตัวอย่างหัวข้อการพิจารณาปรับปรุงได้แก่ การขนส่งสัตว์สู่โรงเชือด ที่มีการเรียกร้องให้ปรับปรุงระยะเวลาจำกัดการเดินทางไม่เกิน 8 ชั่วโมง ไปจนถึงระบบการให้น้ำ-การควบคุมอุณหภูมิ ที่ยังสามารถปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์เพื่อการค! ุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์อย่างครบวงจร
ที่มา : ThePigSite (19มิ.ย.55)
โครงการสร้างเสริมความตระหนักต่อภัยแพ้อาหารในอียู
สถาบันศึกษาด้านภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกันของยุโรป (EAACI) เตรียมเปิดตัวโครงการเพื่อสร้างเสริมความตระหนักต่อภาวะแพ้อาหาร และการติดฉลากอาหารที่ก่อให้เกิดการแพ้ลงบนผลิตภัณฑ์อาหาร เนื่องจากพบว่ามีภาวะแพ้อาหารในเด็กที่อาจก่ออันตรายถึงชีวิตมากขึ้นถึง 7 เท่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เช่นการเกิดภูมิแพ้เฉียบพลันรุนแรงแบบ Anaphylaxis ซึ่งพบว่ามีผู้ป่วยแพ้อาหารกว่า 17 ล้านคน ในสหภาพยุโรป โดยกว่า 3.5 ล้านคนมีอายุต่ำกว่า 25 ปี
โครงการดังกล่าวจะมุ่งเน้นให้ความรู้ด้านสิ่งก่อภูมิแพ้และอาการในภาวะดังกล่าว ไปจนถึงการรับมือกับผู้ป่ว! ยในกรณีฉุกเฉิน ส่วนในด้านการติดฉลาก EAACI จะร่วมมือกับหน่วยงานของสหภาพยุโรปในการปรับปรุงกฎหมายการติดฉลาก ไปจนถึงการดูแลผู้ป่วยที่เป็น Anaphylaxis ซึ่งในปัจจุบันอาหารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้รุนแรงไม่ได้มีการติดฉลากระบุอย่างชัดเจน และไม่สามารถชี้ชัดอันตรายจากการปนเปื้อนสารก่อภูมิแพ้ หรือระดับความเสี่ยงในอาหารแต่ละกลุ่ม
ที่มา : FoodNavigator (19มิ.ย.55)
18 June 2012
โปแลนด์แบนข้าวโพด GM
ข้าวโพดพันธุ์ MON810 ที่มียีนผลิต Bt สำหรับสร้างความต้านทานสารกำจัดวัชพืช Roundup ของมอนซานโต ถูกสั่งห้ามปลูกในโปแลนด์ หลังการพิจารณาข้อเรียกร้องของกลุ่มต่อต้าน ว่าทั้ง MON810 และสารเคมีที่ใช้ในการปลูก ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ Colony Collapse Disorder หรือ CCD ซึ่งทำให้ผึ้งตัวเต็มวัยทั้งรังตาย ถือเป็นการยืนยันผลการวิจัยเพื่อหาข้อเท็จจริงเชื่อมโยงระหว่างการตายของผึ้งกับพืชดัดแปลงพันธุกรรม (GM) เป็นครั้งแรก
ผึ้งที่ได้รับผลกระทบจากพืช GM ในบริเวณใกล้ถิ่นอาศัย พบว่ามีน้ำหนักน้อยกว่าปกติ อีกทั้งไม่สามารถผลิตน้ำผึ้งได้ และเมื่อเปรียบเทียบกับพืชปกต! ิ ผึ้งจะสามารถผลิตน้ำผึ้งได้มากกว่า 2 เท่าของความต้องการตลอดฤดูหนาว
ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา 9 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ได้แก่ เบลเยียม บัลแกเรีย ฝรั่งเศส เยอรมนี ไอร์แลนด์ และสโลวะเกีย ได้ร่วมมือกันระงับการอนุญาตให้ขยายพื้นที่ปลูกพืชที่ดัดแปลงพันธุกรรม อีกทั้งฝรั่งเศสยังออกกฎห้ามปลูก MON810 ในช่วงเวลาเดียวกันด้วย
ที่มา : 24medica (18มิ.ย.55)
อินเดียขึ้นราคาข้าวขั้นต่ำ-จ่อส่งออกข้าวเพิ่ม
อินเดียปรับขึ้นราคาประกันข้าวขั้นต่ำจาก 1,080 รูปี (650 บาท) เป็น 1,250 รูปี (750 บาท) ต่อ 100 กิโลกรัม สำหรับข้าวธรรมดา และสำหรับข้าวเกรดดี เพิ่มจาก 1,110 รูปี (665 บาท) เป็น 1,280 รูปี (765 บาท) ต่อ 100 กิโลกรัม และมีแนวโน้มที่อินเดียจะเก็บเกี่ยวข้าวได้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งอาจตัดสินใจส่งออกข้าวเพิ่ม ตั้งแต่เริ่มส่งออกในครั้งแรกด้วยเหตุผลปริมาณสต็อกข้าวมหาศาลในปี 2554 และอาจทำให้อินเดียกลายเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อันดับสองของโลกรองจากไทยนอกจากนี้ อินเดียยังปรับเพิ่มราคาประกันขั้นต่ำสำหรับถั่วเหลือง เพื่อให้ลดปริมาณการนำเข้า ซึ่งปัจจุบัน อินเดียเป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันปรุง! อาหารรายใหญ่ที่สุดในโลก
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ (18มิ.ย.55)
ผลสรุปกรณี E. coli ระบาดในสหรัฐช่วงเมษายน-พฤษภาคม
รายงานสรุปจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อของสหรัฐฯ (CDC) จากเหตุ E. coli ระบาดใน 6 มลรัฐ ได้แก่ จอร์เจีย หลุยเซียนา อลาบามา เทนเนสซี ฟลอริดา และแคลิฟอร์เนีย ระหว่างเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2555 ทำให้มีผู้ป่วย 14 ราย และมีผู้เสียชีวิตเป็นเด็ก 1 รายนั้น ไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงใดๆ ว่าเนื้อสัตว์เป็นสาเหตุของการแพร่กระจายเชื้อ ซึ่ง E.coli ที่ตรวจพบทั้งหมดได้แก่สายพันธุ์ O157:H7 ที่เคยพบปนเปื้อนในแฮมเบอร์เกอร์ช่วงทศวรรษ 1990 ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือ O145 ที่ทาง CDC ประกาศให้มีการตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการในปี 2552 เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่ผลิตสารพิษ Shiga-toxin
&nb! sp; ในวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา E. coli ที่ผลิต Shiga-toxin (STEC) สายพันธุ์ O26 O45 O103 O111 O121 และ O145 ถูกประกาศให้เป็นเชื้อปนเปื้อนที่ต้องผ่านการตรวจสอบ และจัดอยู่ในกลุ่มเชื้ออันตรายเช่นเดียวกับสายพันธุ์ O157:H7 เนื่องจากสามารถก่อให้เกิดอาการป่วยรุนแรงหรืออาจถึงขั้นเสียชีวิต
ที่มา : MeatPoultry (18มิ.ย.55)
13 June 2012
รัสเซียเตรียมอนุญาตนำเข้า GMO กรุยทางสู่สมาชิก WTO
รัสเซียเตรียมพร้อมสู่การเป็นประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) ด้วยการอนุญาตให้นำเข้าอาหารและอาหารสัตว์ที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม (GMO) นอกจากนี้ ยังเตรียมอนุญาตให้เพาะปลูกพืช GMO ภายในประเทศ
หน่วยงานเฝ้าระวังด้านสุขอนามัยของรัสเซียให้ความเห็นว่า ควรมีการพัฒนาพืช GMO ที่ปรับปรุงพันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของรัสเซีย แล้วส่งเสริมให้ภาคเกษตรใช้เพาะปลูก ขณะนี้อยู่ระหว่างการเรียนรู้ประสบการณ์จากนานาประเทศเป็นตัวอย่าง ทั้งประเทศที่อนุญาตให้มีการผลิต เช่น สหรัฐฯ บราซิล อาร์เจนตินา ที่ไม่ต้องระบุฉลากแสดงว่าเป็น! GMO หรือในญี่ปุ่นที่ต้องระบุฉลากในกรณีมีส่วนประกอบที่เป็น GMO เกิน 5%
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.allaboutfeed.net/news/russia-lifts-restrictions-on-gmo-to-ease-entry-into-wto-13318.html
ที่มา : AllAboutFeed (13มิ.ย.55)
12 June 2012
อังกฤษทำโครงการให้ความรู้เรื่องการแพ้นมโคในเด็ก
สหราชอาณาจักรเตรียมจัดตั้งโครงการให้ความรู้แก่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและผู้ปกครองต่อภาวะการแพ้นมโคในเด็กและทารก ภายหลังสำรวจพบว่าเด็กอ่อน 7% และทารก 70% ที่มีอาการในกลุ่มการแพ้อาหารปรากฏ แต่ผู้ปกครองกว่า 70% ไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นอาการแพ้นมโคที่เด็กรับประทานการแพ้นมโค มีอาการตั้งแต่เกิดผื่นที่ผิวหนัง ไปจนถึงภาวะหายใจติดขัด ซึ่งอาจทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นอาการของโรคอื่น นอกจากนี้ อาการแพ้ยังอาจไม่เกิดในทันทีที่บริโภคนมโคด้วย กลุ่มแพทย์กว่า 70% ต้องการรายละเอียดของการแพ้อาหารจากโคนมเพิ่มเติม อีกทั้ง 77% ของแพทย์รักษาโรคทั่วไป และผู้ตรวจสุขภาพเด็กเห็นว่าจะทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถช่! วยเหลือผู้ปกครองเด็กที่มีปัญหาภูมิแพ้อาหารได้ดียิ่งขึ้นหากได้รับแจ้งข้อมูลอย่างถูกต้อง และรู้ว่าเป็นอาการแพ้นมโค
ปัจจุบันมีอาหารที่ใช้ทดแทนนมโคได้แก่ กะทิ น้ำนมถั่วเหลือง น้ำนมข้าว น้ำนมข้าวโอ๊ต และนมถั่วอัลมอนด์ รวมทั้งมีอาหารสูตรทารกที่ผลิตจากผลิตภัณฑ์กลุ่มดังกล่าว ไปจนถึงผลผลิตอื่น เช่น เม็ด Carob อนึ่ง พบว่ากว่า 20% ของเด็กที่มีอาการแพ้นมโค จะแพ้เนื้อโคเช่นกัน
ที่มา : FoodNavigator (12 มิ.ย.55)
Coolwave” มิติใหม่คงความสดน้ำผลไม้
น้ำผลไม้สดจะยืดอายุการเก็บรักษาได้ถึง 21 วัน โดยไม่เสียคุณสมบัติด้านรสชาติ เพียงใช้กรรมวิธี Coolwave ที่เป็นการสั่นสะเทือนด้วยสนามไฟฟ้าความถี่สูง (Pulsed Electric Field – PEF) ทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ของจุลินทรีย์ ทำให้สามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการเน่าเสียได้
ในช่วงแรกของการประดิษฐ์ เครื่องมือดังกล่าวส่งผ่านพลังงานมากเกินไปจนเกิดความร้อนสูงเทียบเท่าวิธีการให้ความร้อนแบบดั้งเดิม แต่หลังจากพัฒนาการสร้างสนามไฟฟ้าที่ส่งช่วงคลื่นสั่นสะเทือนให้ละเอียดขึ้น ก็ไ! ด้ผลลัพธ์ที่ดีสำหรับการรักษาสภาพของผลิตภัณฑ์ ทั้งในแง่คุณภาพกลิ่นรสและการฆ่าเชื้อ ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ช่วยยืดอายุน้ำผลไม้ อาหารเหลว และเครื่องดื่ม ให้ยาวนานขึ้นจาก 6-8 วัน เป็น 21 วัน ซึ่งช่วยลดการสูญเสียผลผลิต และเป็นผลดีต่อการกระจายสินค้าในวงกว้างอีกด้วย
ที่มา : BeverageDaily (12 มิ.ย.55)
ส่งออกข้าวไทยป่วนหนัก หลัง มิ.ย.
สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเผยว่า ผู้สั่งซื้อต่างประเทศชะลอการสั่งซื้อข้าวไทย กระทบถึงยอดส่งออกหลังเดือนมิถุนายนจะลดลงกว่า 600,000 ตัน ส่งผลแนวโน้มส่งออกทั้งปีแตะระดับ 6.5 ล้านตัน ต่ำกว่าอินเดียและเวียดนาม จากทั้งปัญหาอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่อ่อนค่าจาก 30 เป็น 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทำให้ส่วนต่างราคาส่งออกข้าวจากไทยกว่า 100-200 ดอลลาร์สหรัฐ (3,200-6,400 บาท) ต่อตันแล้ว ทั้งผู้นำเข้าประเมินว่ารัฐบาลเตรียมระบายสต็อกข้าวปริมาณมาก ซึ่งทำให้ผู้ซื้อคาดหวังราคาครึ่งหลังของปี 2555 ลดลงจากราคาปัจจุบัน 600 ดอลลาร์สหรัฐ (19,200 บาท) ต่อตัน
นอกจ! ากนี้ยังพบปัญหาคุณภาพความบริสุทธิ์ของข้าวหอมมะลิที่ลดลงเหลือเพียง 80% จากมาตรฐานข้าวหอมมะลิ 92% ซึ่งคาดว่าเกิดจากการสวมสิทธิ์ข้าวหอมจังหวัดในโครงการรับจำนำข้าวแทนข้าวหอมมะลิ ทำให้ได้ส่วนต่างกำไรเพิ่มขึ้นถึงตันละ 2,000 บาท สำหรับปัญหาดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์เตรียมทำแผนมาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยเป็น 3 ชั้น ได้แก่ ข้าวหอมมะลิไทยชั้นดี มีข้าวหอมมะลิผสม 80-91% ชั้นดีพิเศษเกรด 92-94% และชั้นดีเลิศเกรดเกิน 95% ขึ้นไป ภายในเดือนมิถุนายน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค รวมทั้งพัฒนาเครื่องตรวจดีเอ็นเอข้าวเพื่อแก้ปัญหาการแบ่งเกรดข้าว และเตรียมประชาสัมพันธ์แผนการตลาดและประชาสัมพันธ์เกณฑ์ข้าวหอมมะลิผ่านกรมส่งเสริมการส่งออก
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ (12 มิ.ย.55)
11 June 2012
ธงชาติพม่าใหม่ เริ่มใช้เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2553
08 June 2012
สถาบันวิจัยยางเตือนชาวสวนยางอย่าเติมสารทดแทนกรดฟอร์มิก
นายสุจินต์ แม้นเหมือน ผอ. สถาบันวิจัยยาง เตือนเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เติมน้ำหมักชีวภาพ หรือน้ำส้มควันไม้ แทนการใช้กรดฟอร์มิกเพื่อช่วยในการจับตัวของยาง จะส่งผลต่อค่าความอ่อนตัวเริ่มแรกของยาง (PO: Plastic Origin) เมื่อนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง เช่น ยางแท่ง จะไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากทำให้โมเลกุลยางสั้น และทำให้มีความเป็นพลาสติก (คุณสมบัติแข็ง-แตกเปราะ ไม่ยืดหยุ่น) มากขึ้น อีกทั้งหากนำไปผลิตเป็นยางรถยนต์ ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดการระเบิดได้ ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศผู้นำเข้าจะไม่มั่นใจในมาตรฐานสินค้ายางจากประเทศไทย รวมทั้งกระทบต่อภาพลักษณ์และกา! รส่งออกในระยะยาว
นอกจากนี้ สถาบันวิจัยยางแนะนำให้ใช้กรดฟอร์มิกความเข้มข้น 90% หรือ 94% นำมาเจือจาง 2-5% โดยใช้กรดเข้มข้น 2 ช้อนแกง ผสมน้ำสะอาด 3 กระป๋องนม เพื่อให้ยางจับตัวเร็วในช่วงเวลาที่เหมาะสมและไม่ส่งผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ยาง
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ (8 มิ.ย.55)
07 June 2012
จีนพบไข่เค็มใช้เกลือที่อาจเป็นพิษ
ไข่เค็มที่ทำจากไข่เป็ดจำนวนกว่า 100,000 ฟอง ในโรงงานเขตเจียงเหมิน มณฑลกวางตุ้ง พบว่ามีการผลิตโดยใช้เกลืออุตสาหกรรม ที่มีราคาถูกกว่าเกลือบริโภคถึงประมาณ 600 หยวน (3,000 บาท) ต่อตัน
เกลืออุตสาหกรรมดังกล่าวมีส่วนผสมของไนไตรท์ และอาจมีโลหะหนักเช่นตะกั่วและสารหนูปนเปื้อน ซึ่งเฉพาะในมณฑลกวางตุ้งปีนี้ พบว่ามีการใช้เกลือผิดประเภทในการผลิตทั้งไข่เค็ม ซอสถั่วเหลือง เนื้อปรุงสุก และผักดอง และยังพบโรงงานในหลายท้องที่ที่บรรจุเกลืออุตสาหกรรมในบรรจุภัณฑ์ของเกลือเพื่อการบริโภค
! ; อนึ่ง ในปี 2549 จีนมีปัญหาเกลืออุตสาหกรรมที่ปนเปื้อนแบเรียม ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และเจ็บป่วยกว่า 20 คน
ที่มา : TheMeatSite (7 มิ.ย.55)
06 June 2012
นักวิชาการฝรั่งเศสชี้กฎระเบียบ EU ใหม่ไม่เหลียวแลข้อมูลการใช้ยาแผนโบราณ
นักวิชาการของฝรั่งเศสกำลังเรียกร้องให้กฎระเบียบการอ้างสิทธิด้านสุขภาพและโภชนาการ (Nutrition and Health Claims Regulation – NHCR) Regulation EC 1924/2006 มีข้อความระบุเพื่อรองรับ Tradition-of-use (TOU) สำหรับสมุนไพร เนื่องจากปัจจุบันมีข้อเรียกร้องกว่า 1,500 ฉบับที่ถูกชะลอการพิจารณาเพื่อรอผลวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน ซึ่งอาจส่งผลให้ตำรับสมุนไพรแผนโบราณที่มีคุณค่าถูกละเลย
ในตำรับยาและตำราโบราณที่ระบุการใช้ประโยชน์สมุนไพรต่างๆ ที่ยังไม่ได้รับการแปลสู่ภาษาสากล หรือทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ อาจแฝงประโยชน์และข้อแนะนำที่ทรงคุณค่าซึ่งเก็บรักษาโดยบรรพบุรุษยุคก่อน ยิ่งถ้ามีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื! ่อยืนยันคุณสมบัติรวมไปถึงผลประโยชน์หรือผลกระทบต่อสุขภาพ น่าจะเป็นผลดีต่อการอนุรักษ์วัฒนธรรมด้านสมุนไพรของโลก
สมุนไพรหลายชนิด เช่น โสม, ชา, St.John's wort และ chamomile คือตัวอย่างพืชที่เคยใช้ประโยชน์จากการระบุ TOU ใน Directive 2004/24/EC ว่าด้วยผลิตภัณฑ์ยาแผนโบราณและสมุนไพร และมีผลวิเคราะห์ทางคลินิกเพื่อยืนยันสรรพคุณของยาภายหลัง
ที่มา : NutraIngredients ( 6 มิ.ย.55 )
05 June 2012
นักวิจัยออสเตรเลียมั่น บริโภคดาร์กช็อกโกแลตส่งผลดีต่อหัวใจ
ผลการวิจัยชี้ การบริโภคดาร์กช็อกโกแลตมีผลช่วยป้องกันภาวะความเสี่ยงจากโรคหัวใจโดยการวิเคราะห์ผลต่อสุขภาพจากการบริโภคดาร์กช็อกโกแลตของอาสาสมัครจำนวน 2,013 คน ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคหัวใจ จากนั้นนำสถิติข้อมูลค่าความดันโลหิตและปริมาณคอเลสเตอรอล เพื่อสร้างโมเดลศึกษาต่อเนื่อง โดยทีมวิจัยพบว่าการบริโภคดาร์กช็อกโกแลต จะมีความเป็นไปได้ในการช่วยป้องกันภาวะหัวใจพิบัติที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ 15 ครั้ง และไม่ถึงชีวิต 70 ครั้งใน 10,000 คน ในระยะเวลา 10 ปี
ซึ่งการส่งเสริมให้ประชาชนบริโภคดาร์กช็อกโกแลตที่ม! ีต้นทุนประมาณ 42 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 1,300 บาท) ต่อคนต่อปี จะเป็นผลดีต่อการป้องกันโรคหัวใจของชาวออสเตรเลียในอนาคต
ที่มา : AusFoodNEWS (05/06/55)
ไทยก้าวสู่ทำเนียบผู้ผลิตอาหารทะเลรายใหญ่ของโลก
ดร.ผนิศวร ชำนาญเวช นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวถึงอุตสาหกรรมส่งออกผลผลิตอาหารทะเลของไทย ว่าปัจจุบันมีปริมาณในส่วนสินค้าสด แช่เย็น และแช่เยือกแข็งรวมถึง 570,000 เมตริกตันต่อปี สูงกว่าสิบปีที่แล้วถึง 50% แม้จะต่ำกว่าสถิติสูงสุดในปี 2550 ที่ 710,000 เมตริกตันก็ตาม ซึ่งทำเงินเข้าประเทศสูงถึง 2.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 70,000 ล้านบาท) และประเมินเป็นมูลค่าธุรกิจส่งออกแตะระดับ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (150,000 ล้านบาท) โดยคู่ค้าสำคัญที่สุดของไทยในตลาดดังกล่าวคือสหรัฐอเมริกา (36.4% ของมูลค่าส่งออกรวม) และญี่ปุ่น (28.4%)
&n! bsp; ประเทศผู้ผลิตรายอื่นใน 10 อันดับแรกของโลก มีปริมาณสินค้ารวมประมาณ 85% ของปริมาณอาหารทะเลส่งออกของไทย ซึ่งมีกุ้งเป็นผลผลิตหลัก เฉพาะในส่วนของกุ้ง ไทยเป็นผู้ผลิตอันดับสองของโลกรองจากจีน และมีผลผลิตทั้งกุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ และกุ้งก้ามกราม ซึ่งในปี 2554 ไทยผลิตได้ถึง 565,000 เมตริกตัน
ปัจจุบันด้วยความเข้มแข็งของทั้งสมาคมธุรกิจผู้ผลิตและภาครัฐ ช่วยผลักดันให้ไทยเติบโตในอุตสาหกรรมอาหารทะเลเพื่อส่งออกได้อย่างต่อเนื่อง แต่กระนั้นในประเด็นของกฎหมายแรงงานและความรับผิดชอบต่อสังคมของอุตสาหกรรม ยังมีเสียงเรียกร้องจากประเทศคู่ค้า เช่น กลุ่มสหภาพยุโรป ให้ไทยเร่งปรับปรุงส่วนดังกล่าว
ที่มา : TheFishSite (05/06/55)
เสียงเรียกร้องระงับอาหารทารกที่ผลิตจากถั่วเหลืองในนิวซีแลนด์
กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพในนิวซีแลนด์เรียกร้องให้มีการระงับจำหน่ายอาหารเด็กทารกที่ผลิตจากถั่วเหลือง เนื่องจากมีสารกลุ่มไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งจากผลการวิจัยของสหรัฐอเมริกาพบว่า แม้เพียงได้รับในปริมาณที่ต่ำในช่วงก่อนเข้าวัยรุ่นก็จะส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ สารในกลุ่มดังกล่าวนอกจากจะพบมากในถั่วเหลืองแล้ว ยังพบในถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืชที่ใช้สกัดน้ำมันชนิดอื่นด้วย
ปัจจุบันอาหารสูตรถั่วเหลืองใช้ทดแทนผลิตภัณฑ์จากนมในผู้ที่มีปัญหาการย่อยน้ำตาลแลคโตส และมีเพียงมาตรฐานควบคุมเฉพาะในส่วนปริมาณของอลูมินัม, ฟลูออไร! ด์ และแคลเซียม โดยสำหรับประเด็นเรื่องผลข้างเคียงข้างต้น องค์การมาตรฐานอาหารออสเตรเลีย – นิวซีแลนด์ (FSANZ) ได้เตรียมการศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพต่อผู้บริโภค และจะวางมาตรฐานรวมถึงคำแนะนำด้านสุขภาพสำหรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว
ที่มา : FoodNavigator-Asia (05/06/55)
สหรัฐเตรียมประกาศตรวจสอบ E.coli เพิ่มเติม 6 ซีโรไทป์
หน่วยงานตรวจสอบความปลอดภัยอาหารของสหรัฐ (FSIS) เตรียมประกาศตรวจสอบเพิ่มเติมสำหรับ E. coli 6 ซีโรไทป์ที่ผลิตสารพิษ Shiga toxin (STEC) ได้แก่ O26, O45, O103, O111, O121 และ O145 ในวันที่ 4 มิถุนายน 2555 โดยถือว่าเป็นสิ่งปนเปื้อนที่ก่อให้เกิดโรค
การศึกษา STEC สายพันธุ์นอกเหนือจาก O157 เริ่มขึ้นในปี 2552 จากข้อเรียกร้องด้านความปลอดภัยอาหาร ทำให้ตรวจพบว่า 6 ซีโรไทป์ของ STEC ดังกล่าว มีการปนเปื้อนในอุตสาหกรรมอาหารของสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมเนื้อโค ซึ่งผู้เรียกร้องดังกล่าวเชื่อว่ามีรายงานผู้ป่วยจำนว! นมากที่เกิดจากเชื้อนอกเหนือจากสายพันธุ์ O157:H7 และทาง FSIS ขานรับด้วยแผนศึกษาซากในขั้นตอนการผลิตสำหรับทั้งเชื้อ E.coli O157 และ 6 ซีโรไทป์ใหม่ ไปจนถึง Salmonella และแบคทีเรียอื่นๆ ตั้งแต่ภายหลังขั้นตอนการถลกหนัง จนถึงก่อนการตรวจสอบและชำแหละเครื่องใน เพื่อตอกย้ำมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหารของสหรัฐให้แก่ผู้บริโภค
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.fsis.usda.gov/OPPDE/rdad/FRPubs/20100023FRN.pdf
ที่มา : FoodSafetyNEWS (05/06/55)
01 June 2012
มาเลเซียลั่น 2020 ขึ้นแท่น “ศูนย์กลาง” ยางโลก
สถาบันวิจัยยางมาเลเซียเผยแผนพัฒนาอุตสาหกรรมยางระยะยาวตั้งแต่ปี 2010 - 2020 เพื่อกรุยทางขึ้นสู่ผู้นำตลาด และเตรียมเป็นศูนย์กลางการซื้อขายยางของโลก โดยมีแนวทาง 4 ประการคือ
1. เพิ่มราคายางธรรมชาติ รักษาเพดานราคาให้มีเสถียรภาพ และเพิ่มปริมาณผลผลิตจาก 1.8 ตัน/เฮกตาร์ (288 กิโลกรัม/ไร่) เป็น 2.2 ตัน/เฮกตาร์ (352 กิโลกรัม/ไร่)
2. มาเลเซียต้องเป็นศูนย์กลางยางโลก (Rubber Centre) ในปี 2020
&nbs! p; 3. วางโครงสร้างคณะกรรมการ โดยกำหนดกรอบการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการใช้เทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ เพื่อแปรรูปยางพาราเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ4. เพิ่มสัดส่วนการผลิตถุงมือยางให้ได้ 65% ของความต้องการทั่วโลก เพื่อก้าวเป็นผู้นำอุตสาหกรรมผลิตถุงมือยางที่มีมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท ให้ได้ภายในปี 2020
ปัจจุบันไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางพาราอันดับหนึ่งของโลก สร้างรายได้เข้าประเทศเฉพาะในปี 2554 ถึง 3.39 แสนล้านบาท และอุตสาหกรรมยังมีแนวโน้มความต้องการเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีประเทศหน้าใหม่ที่เร่งส่งเสริมการผลิตทั้ง ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม และประเทศในแอฟริกา ไทยจึงจำเป็นต้องเตรียมมาตรการทั้งเชิงรุกและเชิงรับสำหรับยางพาราให้พร้อมก่อนเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ (31/05/55)
Subscribe to:
Comments (Atom)
