นายพิเชษฐ สถิรชวาล ผู้แทนการค้าไทย (TTR) กล่าวว่า ต้องการเพิ่มการส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาล30 % และเพิ่มมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์สับปะรดเป็น 40,000 พันล้านบาทในปีแรกของการบริหารงานรัฐบาลใหม่
นายพิเชษฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลาม (CIC) กล่าวว่าจะส่งเสริมการค้าไทยกับประเทศอิสลาม 57 ประเทศ และสมาชิกเครือจักรภพแห่งรัฐเอกราช 11 ประเทศ
ในปี2553ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลเพิ่มขึ้นเป็น10,000ล้านบาทเพิ่มขึ้นจาก8,360ล้านบาทในปี 2552ขณะมูลค่าการค้าโลกอยู่ที่1ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯโดยกว่า60%ของการส่งออกสินค้าฮาลาล คือ อินโดนีเซีย มาเลเซียและบรูไนนายพิเชษฐระบุว่าสิ่งแรกที่จะต้องทำคือสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์ฮาลาลอาเซียนเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตในภูมิภาคสามารถเข้าสู่ตลาดฮาลาลระดับโลกได้ โดยวางแผนที่จะขอความร่วมมือจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย บรูไน สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ในการจัดตั้งสำนักงานมาตรฐานฮาลาลอาเซียนในประเทศไทย เนื่องจากไทยเป็นประเทศ
ผู้ส่งออกอาหารระดับนานาชาติรายใหญ่ นอกจากนี้นายพิเชษฐต้องการให้ผู้ผลิตอาหารไทยจำนวน 7,200 รายผ่านมาตรฐานฮาลาลไทยซึ่งปัจจุบันนี้ มีผู้ผ่านมาตรฐานจำนวน 1,800 ราย
นายพิเชษฐจะเยือนคาซัคสถานเพื่อส่งเสริมการค้าน้ำสับปะรดและสับปะรดกระป๋องเพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยไม่ได้ส่งออกไปยังคาซัคสถานแต่สับปะรดไทยกลับถูกส่งผ่านไปในนามของเนเธอร์แลนด์และเยอรมนีโดยมีวัตถุประสงเพื่อเพิ่มการส่งออกผลิตภัณฑ์สับปะรดเป็น40,000ล้านต่อปีจากมูลค่าการส่งออกที่2,600ล้านบาทในปี 2553
ที่มา : Halal Focus ( 14 กันยายน 2554 )
Showing posts with label ไทย. Show all posts
Showing posts with label ไทย. Show all posts
14 September 2011
01 August 2011
ยุโรปเล็งตั้งฐานอุตฯ เกษตรในไทย
เอกชนไทย-ยุโรป จับมือตั้งสภาธุรกิจร่วมกันหวังดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากสหภาพยุโรปเข้าไทยอีกไม่ต่ำกว่า 10% พบสหภาพยุโรปเล็งตั้งฐานผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร-อิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่เอสเอ็มอีไทยได้ประโยชน์ร่วมทุนในยุโรปมากขึ้น
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาธุรกิจไทย-สหภาพยุโรป ร่วมกับ The European ASEAN Business Center หรือ EABC ได้ร่วมลงนามความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป และขยายโอกาสเสริมสร้างเครือข่ายด้านการค้าการลงทุ! นระหว่างเอกชนไทยกับสหภาพยุโรป เนื่องจากประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 และไทยเหมาะที่จะดึงดูดนักลงทุนเข้ามาใช้ไทยเป็นฐานส่งสินค้าไปยังประเทศอื่นในอาเซียน และยุโรปเองก็ต้องการที่จะย้ายฐานการผลิตมาอาเซียนอยู่แล้ว ดังนั้นไทยจึงต้องสร้างบรรยากาศเพื่อดึงดูดนักลงทุนเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด
นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานสภาธุรกิจไทย-สหภาพยุโรป กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการในยุโรปตื่นตัวที่จะเข้ามาลงทุนในไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการเกษตร และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะทำให้ไทยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้อีกมาก โดยผลจากความสัมพันธ์ในครั้งนี้น่าจะเพิ่มมูลค่าการลงทุนจากยุโรปในไทยได้ไม่ต่ำกว่า 10% ในขณะที่ไทยก็จะมีโอกาสเข้าไปจับคู่ร่วมลงทุนในยุโรปมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
&! nbsp;&nb sp; ความคืบหน้าการเปิดเสรีการค้าไทย-สหภาพยุโรปนั้น ขณะนี้ยังติดปัญหาในข้อเรียกร้องของสหภาพยุโรปที่ต้องการให้ไทยเปิดเสรีในธุรกิจการเงิน การประกันภัย และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งไทยยังไม่พร้อม โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้สุราจากยุโรปมีราคาใกล้เคียงกับสุราไทยมาก จนทำให้ปริมาณการดื่มสุราสูงขึ้น อย่างไรก็ตามมองว่ารัฐบาลใหม่ควรจะเร่งเจรจาเอฟทีเอรอบนี้ให้สำเร็จโดยเร็ว ซึ่งจะทำให้สินค้าไทยได้เปรียบเหนือคู่แข่งมากขึ้น
ส่วนกรณีที่สถานทูตเยอรมัน ประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ให้รัฐบาลไทยจ่ายเงินชดเชย 36 ล้านยูโร ในคดีฟ้องร้องกับบริษัท วอลเตอร์ บาว นั้น เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการค้า การลงทุน ระหว่างไทยกับเยอรมัน และมั่นใจรัฐบาลไทยมีข้อมูลหลักฐานที่จะชี้แจงได้
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาธุรกิจไทย-สหภาพยุโรป ร่วมกับ The European ASEAN Business Center หรือ EABC ได้ร่วมลงนามความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป และขยายโอกาสเสริมสร้างเครือข่ายด้านการค้าการลงทุ! นระหว่างเอกชนไทยกับสหภาพยุโรป เนื่องจากประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 และไทยเหมาะที่จะดึงดูดนักลงทุนเข้ามาใช้ไทยเป็นฐานส่งสินค้าไปยังประเทศอื่นในอาเซียน และยุโรปเองก็ต้องการที่จะย้ายฐานการผลิตมาอาเซียนอยู่แล้ว ดังนั้นไทยจึงต้องสร้างบรรยากาศเพื่อดึงดูดนักลงทุนเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด
นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานสภาธุรกิจไทย-สหภาพยุโรป กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการในยุโรปตื่นตัวที่จะเข้ามาลงทุนในไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการเกษตร และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะทำให้ไทยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้อีกมาก โดยผลจากความสัมพันธ์ในครั้งนี้น่าจะเพิ่มมูลค่าการลงทุนจากยุโรปในไทยได้ไม่ต่ำกว่า 10% ในขณะที่ไทยก็จะมีโอกาสเข้าไปจับคู่ร่วมลงทุนในยุโรปมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
&! nbsp;&nb sp; ความคืบหน้าการเปิดเสรีการค้าไทย-สหภาพยุโรปนั้น ขณะนี้ยังติดปัญหาในข้อเรียกร้องของสหภาพยุโรปที่ต้องการให้ไทยเปิดเสรีในธุรกิจการเงิน การประกันภัย และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งไทยยังไม่พร้อม โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้สุราจากยุโรปมีราคาใกล้เคียงกับสุราไทยมาก จนทำให้ปริมาณการดื่มสุราสูงขึ้น อย่างไรก็ตามมองว่ารัฐบาลใหม่ควรจะเร่งเจรจาเอฟทีเอรอบนี้ให้สำเร็จโดยเร็ว ซึ่งจะทำให้สินค้าไทยได้เปรียบเหนือคู่แข่งมากขึ้น
ส่วนกรณีที่สถานทูตเยอรมัน ประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ให้รัฐบาลไทยจ่ายเงินชดเชย 36 ล้านยูโร ในคดีฟ้องร้องกับบริษัท วอลเตอร์ บาว นั้น เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการค้า การลงทุน ระหว่างไทยกับเยอรมัน และมั่นใจรัฐบาลไทยมีข้อมูลหลักฐานที่จะชี้แจงได้
17 June 2011
เขมรไฟแดงผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ไทย
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2554 นาย Cham Prasidh รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์กัมพูชาประกาศระงับการนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อไก่จากไทย โดยออกสั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับตามชายแดนไทยและกัมพูชาป้องกันการนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อไก่จากไทย แม้ว่าผลิตภัณฑ์จะมีใบรับรองด้านสุขอนามัยเพื่อปกป้องสุขภาพของชาวกัมพูชา ทั้งนี้การระงับการนำเข้าดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนามจนกว่าจะมีการออกคำสั่งใหม่
การระงับนำเข้าเกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ไทยบุกตรวจโรงเชือดไก่ในนครราชสีมาเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน และยึดไก่ที่เน่าเสียประมาณ 8 ตัน ซึ่งโรงเชือดไก่ได้อาบไก่ด้วยน้ำย! าฟอร์มาลินก่อนนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร
ที่มา : Xinhua
การระงับนำเข้าเกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ไทยบุกตรวจโรงเชือดไก่ในนครราชสีมาเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน และยึดไก่ที่เน่าเสียประมาณ 8 ตัน ซึ่งโรงเชือดไก่ได้อาบไก่ด้วยน้ำย! าฟอร์มาลินก่อนนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร
ที่มา : Xinhua
29 May 2011
5 มหาลัยไทย ติดโผ100 สุดยอดมหาลัยเอเชีย
มหิดล-จุฬา-มช.-มธ.-มอ. 5 สถาบันการศึกษาไทยติดโผ 100 มหาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย โดยม.ฮ่องกงฯ ได้อันดับ 1 ของเอเชีย
รศ.พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) เปิดเผยว่า จากการประกาศผลการจัดอันดับ QS Asian Universities Ranking 2011 ซึ่งเป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชีย มีมหาวิทยาลัยของประเทศไทยติด 100 อันดับแรก ได้แก่
อันดับที่ 34 มหาวิทยาลัยมหิดล
อันดับที่ 47 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อันดับที่ 67 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
อันดับที่ 88 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อันดับที่ 95 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ขณะที่มหาวิทยาลัยที่ติดอันดับที่ 1 ของเอเชีย คือ The Hong Kong University of Science and Technology ซึ่งการจัดอันดับ จะพิจารณาจาก 4 หลักเกณฑ์ คือ
- คุณภาพงานวิจัย ประเมินโดยผู้ร่วมวิชาชีพ ได้แก่ อาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัยทั่วทั้งเอเชีย ค่าน้ำหนักร้อยละ 30 สัดส่วนจำนวนผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ต่ออาจารย์ ร้อยละ 15 และ สัดส่วนจำนวนการอ้างอิงต่อผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ ร้อยละ 15
- คุณภาพการสอน ประเมินจากสัดส่วนจำนวนนักศึกษาต่ออาจารย์ ร้อยละ20
- คุณภาพบัณฑิตที่ได้งาน ประเมินจากผู้จ้างงานในเอเชีย ร้อยละ 10
- ความเป็นนานาชาติ ดูจากสัดส่วนอาจารย์ชาวต่างประเทศ นักศึกษาต่างชาติ นักศึกษาแลกเปลี่ยนจากต่างประเทศและนักศึกษาแลกเปลี่ยนไปยังต่างประเทศ ค่าน้ำหนัก ร้อยละ 10
รศ.พาสน์ศิริ กล่าวต่อไปว่า การที่มหาวิทยาลัยมหิดลยังคงอยู่ในอันดับที่ 1 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยติดต่อกันอีกครั้ง เป็นการแสดงถึงผลงานด้านการวิจัยที่ได้รับการอ้างอิงอยู่ในวารสารระดับโลก ที่มีคุณภาพจนได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยมหิดล ยังคงให้ความสำคัญกับงานวิชาการ การจัดการเรียนการสอนระดับนานาชาติ ความพึงพอใจของผู้ใช้งานบัณฑิต และจำนวนสัดส่วนอัตราอาจารย์ต่อนักศึกษา พร้อมทั้งมุ่งพัฒนาความเป็นเลิศใน 4 ด้าน คือ การวิจัย การเรียนรู้ สุขภาพและการให้บริการ และความเป็นนานาชาติ ซึ่งผลงานเหล่านี้จะก่อประโยชน์แก่สังคม ทั้งในระดับประเทศ และในระดับนานาชาติ
Source : dailynews/ flickr.com (Image
รศ.พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) เปิดเผยว่า จากการประกาศผลการจัดอันดับ QS Asian Universities Ranking 2011 ซึ่งเป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชีย มีมหาวิทยาลัยของประเทศไทยติด 100 อันดับแรก ได้แก่
อันดับที่ 34 มหาวิทยาลัยมหิดล
อันดับที่ 47 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อันดับที่ 67 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
อันดับที่ 88 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อันดับที่ 95 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ขณะที่มหาวิทยาลัยที่ติดอันดับที่ 1 ของเอเชีย คือ The Hong Kong University of Science and Technology ซึ่งการจัดอันดับ จะพิจารณาจาก 4 หลักเกณฑ์ คือ
- คุณภาพงานวิจัย ประเมินโดยผู้ร่วมวิชาชีพ ได้แก่ อาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัยทั่วทั้งเอเชีย ค่าน้ำหนักร้อยละ 30 สัดส่วนจำนวนผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ต่ออาจารย์ ร้อยละ 15 และ สัดส่วนจำนวนการอ้างอิงต่อผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ ร้อยละ 15
- คุณภาพการสอน ประเมินจากสัดส่วนจำนวนนักศึกษาต่ออาจารย์ ร้อยละ20
- คุณภาพบัณฑิตที่ได้งาน ประเมินจากผู้จ้างงานในเอเชีย ร้อยละ 10
- ความเป็นนานาชาติ ดูจากสัดส่วนอาจารย์ชาวต่างประเทศ นักศึกษาต่างชาติ นักศึกษาแลกเปลี่ยนจากต่างประเทศและนักศึกษาแลกเปลี่ยนไปยังต่างประเทศ ค่าน้ำหนัก ร้อยละ 10
รศ.พาสน์ศิริ กล่าวต่อไปว่า การที่มหาวิทยาลัยมหิดลยังคงอยู่ในอันดับที่ 1 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยติดต่อกันอีกครั้ง เป็นการแสดงถึงผลงานด้านการวิจัยที่ได้รับการอ้างอิงอยู่ในวารสารระดับโลก ที่มีคุณภาพจนได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยมหิดล ยังคงให้ความสำคัญกับงานวิชาการ การจัดการเรียนการสอนระดับนานาชาติ ความพึงพอใจของผู้ใช้งานบัณฑิต และจำนวนสัดส่วนอัตราอาจารย์ต่อนักศึกษา พร้อมทั้งมุ่งพัฒนาความเป็นเลิศใน 4 ด้าน คือ การวิจัย การเรียนรู้ สุขภาพและการให้บริการ และความเป็นนานาชาติ ซึ่งผลงานเหล่านี้จะก่อประโยชน์แก่สังคม ทั้งในระดับประเทศ และในระดับนานาชาติ
Source : dailynews/ flickr.com (Image
Subscribe to:
Posts (Atom)