นายอดิศร ตันเองชวน หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัดนาเมืองเพชร พาราวู๊ด และประธานชมรมผู้ประกอบการไม้ยางพาราจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ส่งออกไม้ยางพารากำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553 ซึ่งมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 15-20 % โดยมียอดส่งออกเมื่อปี 2553 ประมาณ 17,000 ล้านบาท เนื่องจากความต้องการของตลาดในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น แต่ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้เต็มที่เพราะยังมีวัตถุดิบไม้ยางพาราในจังหวัดตรังและต่างจังหวัดทยอยออกสู่ตลาดเพิ่ม แม้ว่าราคาไม้ยางพาราจะเพิ่มขึ้นกว่า 20 % เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาก็ตาม ซึ่งปี 2553 ราคายางไม้พาราตันละ 1,70! 0 บาท แต่ปี 2554 ปรับเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2,100 บาท
สำหรับตลาดส่งออกไม้ยางพาราจากไทย ยังคงเป็นจีน ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 80 % จากตลาดส่งออกทั้งหมด และเป็นตลาดหลักของไทยมายาวนาน รองลงมาคือมาเลเซียและเวียดนาม อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องหาตลาดใหม่เพื่อรองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้น เพราะหากพึ่งเพียงตลาดจีน ในอนาคตหากจีนมีปัญหาเศรษฐกิจ อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกไม้ยางพาราของไทย สำหรับตลาดต่างประเทศที่จังหวัดตรังให้ความสำคัญและส่งเสริมให้ภาคเอกชนไปเปิดตลาดคืออินเดีย จากการศึกษาพบว่า อินเดียกำลังต้องการไม้ยางพารามาก ซึ่งส่วนใหญ่อินเดียนำเข้าไม้ยางพารานำเข้าจากศรีลังกาแต่คุณภาพไม่ค่อยดีนัก
นายอดิศรกล่าวว่าจากการที่จังหวัดตรังได้นำผู้ประกอบการผลิตไม้ยางพาราไปเยือนอินเดีย ทำให้อินเดียมีคำสั่งซื้อไม้ยางพาราจำนวนมาก เพื่อป้อนวัตถุดิบเข้าสู่โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ของอินเดียใน 3 เมืองใหญ่ ได้แก่เมืองเชนไน เมืองโกลก! ัตตา กรุงนิวเดลี และมีแนวโน้มการขยายตลาดออกสู่เมืองใหญ่ๆอีกหลา! ยแห่งโดย สิ้นปี 2554 จังหวัดตรังตั้งเป้าหมายการส่งออกไม้ยางพาราไปอินเดียกว่า 20,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ประเทศไทยส่งออกไม้ยางพาราไปประเทศจีนในอัตราส่วน 41% จากยอดการส่งออกทั้งหมด ส่วนตลาดอินเดียไทยส่งออกเพียง 5 % แต่คาดว่าสัดส่วนตลาดอินเดียจะเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าปี 2554 จะเพิ่มได้กว่า 100 %
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
Showing posts with label จีน. Show all posts
Showing posts with label จีน. Show all posts
02 August 2011
26 May 2011
ฐานวิจัยการเพาะปลูกพืชพันธุ์อวกาศเปิดแล้วที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน
จีนเริ่มใช้ฐานการวิจัยสำหรับการเพาะปลูกพืชพันธุ์จากอวกาศ ฐานดังกล่าวเกิดจากการร่วมมือของศูนย์วิจัยการเพาะปลูกอวกาศ (Aerospace Breeding Research Center) และสหกรณ์การเกษตรเมืองหยูหลิน โดยจะนำพืชสายพันธ์ดีเด่น 1-2 สายพันธุ์ไปปลูกบนฐานดังกล่าวเพื่อให้ได้รับการเปลี่ยนแปลงจากอวกาศ เพราะเชื่อว่าเมล็ดจะได้รับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเป็นประโยชน์จากปริมาณกัมมันตรังสีที่สูงและภาวะแรงดึงดูดต่ำในอวกาศ การส่งเมล็ดพันธุ์ไปอวกาศของจีนเริ่มมาตั้งแต่ปี 2530
ที่มา : China Daily, ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน
ที่มา : China Daily, ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน
14 May 2011
จีนเจ๋งผงาดอันดับสอง "ผู้ผลิตเทคโนโลยีสะอาด" เหนือกว่าสหรัฐ
จากการจัดอันดับของ Roland Berger Strategy Consultants เดนมาร์กขึ้นแท่นอันดับหนึ่งในฐานะผู้ผลิตเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยวัดจากสัดส่วนจีดีพีของผลประกอบการที่ใช้กังหันลม และเทคโนโลยีสะอาดอื่นๆ ซึ่งมีสัดส่วน 3.1 % ของ GDP ในขณะที่จีนมีสัดส่วนการเติบโตในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นอันดับสอง หรือ 1.4% ของ GDP แซงหน้าสหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่อันดับที่17 โดยมีสัดส่วน0.3 % ของ GDP ขณะที่ประเทศ 5 อันดับแรกของผู้ผลิตเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมนอกเหนือจากเดนมาร์กและจีน ได้แก่ เยอรมัน บราซิล และลิทัวเนีย
! ทั้งนี้ เมื่อเร็วๆนี้ การผลิตระบบเทคโนโลยีแผงสุริยะในจีนเริ่มหันมามุ่งตลาดในประเทศมากขึ้น จากเดิมที่เน้นส่งออกเป็นส่วนใหญ่ เหมือนกับพลังงานลมที่เน้นผลิตเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมในประเทศอยู่แล้ว
ที่มา : มติชน
! ทั้งนี้ เมื่อเร็วๆนี้ การผลิตระบบเทคโนโลยีแผงสุริยะในจีนเริ่มหันมามุ่งตลาดในประเทศมากขึ้น จากเดิมที่เน้นส่งออกเป็นส่วนใหญ่ เหมือนกับพลังงานลมที่เน้นผลิตเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมในประเทศอยู่แล้ว
ที่มา : มติชน
01 May 2011
จีนเผชิญวิกฤติขาดน้ำสะอาด
ชาวชนบทของจีน 320 ล้านคน กำลังเผชิญปัญหาไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้ โดยชาวจีน 190 ล้านคนใช้น้ำดื่มที่ปนเปื้อนสารพิษเกินมาตรฐาน
ผลการศึกษาเมื่อปี 2550 ระบุว่า 30% ของเมืองมีมลภาวะทางอากาศที่ไม่ได้ตามมาตรฐาน กว่าครึ่งเจ็บป่วยด้วยผลจากฝนกรด ซึ่งมีความเข้มข้นมากกว่าปีที่แล้ว โดยเป็นผลจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลปริมาณมาก ขณะที่พื้นที่การเกษตร 10 ล้านเฮกตาร์ปนเปื้อนสารพิษ
การวิจัยในตอนแรกมุ่งเน้นหาความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพกับสิ่งแวดล้อม อาทิ อัตราการเพิ่มขึ้นของโร! คมะเร็งและสิ่งแวดล้อมที่แย่ลง โดยผลการศึกษาพบว่า มีการเพิ่มขึ้นของอัตราการตายเนื่องจากโรคเนื้องอกในระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคมะเร็งตับ และกระเพาะอาหาร ซึ่งมีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมที่เป็นมลพิษ โดยระบุว่า น้ำดื่มที่ปนเปื้อนและมลพิษจากดินอาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งในหลายพื้นที่ นอกจากนี้ ยังทำให้เด็กที่เกิดมาใหม่มีอาการผิดปกติเพิ่มขึ้นจาก 8.87% ในปี 2539 เป็น 14.89% ในปี 2550
ที่มา : China Daily(27/04/54
ผลการศึกษาเมื่อปี 2550 ระบุว่า 30% ของเมืองมีมลภาวะทางอากาศที่ไม่ได้ตามมาตรฐาน กว่าครึ่งเจ็บป่วยด้วยผลจากฝนกรด ซึ่งมีความเข้มข้นมากกว่าปีที่แล้ว โดยเป็นผลจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลปริมาณมาก ขณะที่พื้นที่การเกษตร 10 ล้านเฮกตาร์ปนเปื้อนสารพิษ
การวิจัยในตอนแรกมุ่งเน้นหาความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพกับสิ่งแวดล้อม อาทิ อัตราการเพิ่มขึ้นของโร! คมะเร็งและสิ่งแวดล้อมที่แย่ลง โดยผลการศึกษาพบว่า มีการเพิ่มขึ้นของอัตราการตายเนื่องจากโรคเนื้องอกในระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคมะเร็งตับ และกระเพาะอาหาร ซึ่งมีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมที่เป็นมลพิษ โดยระบุว่า น้ำดื่มที่ปนเปื้อนและมลพิษจากดินอาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งในหลายพื้นที่ นอกจากนี้ ยังทำให้เด็กที่เกิดมาใหม่มีอาการผิดปกติเพิ่มขึ้นจาก 8.87% ในปี 2539 เป็น 14.89% ในปี 2550
ที่มา : China Daily(27/04/54
เมืองติ้งซีผลักดันสร้าง “นครแห่งยา” ของจีน
เมืองติ้งซีได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองยาพันปี” ปัจจุบันวางยุทธศาสตร์ผลักดันให้กลายเป็น “นครยาแห่งประเทศจีน” ปรับเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเมืองที่เพาะปลูกพืชสมุนไพรสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบยาจีน ให้กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมยาแพทย์แผนจีนขนาดใหญ่ พร้อมทั้งยกระดับอุตสาหกรรมยาจีนชนิดที่มีความโดดเด่นให้มีความทันสมัย
ปัจจุบัน เมืองติ้งซีกลายเป็นเขตทรัพยากรวัตถุดิบยาจีนที่สำคัญของประเทศ โดยการปลูกพืชสมุนไพรที่ใช้เป็นวัตถุดิบยาจีน ใช้พื้นที่ราว 458,333 ไร่ หรือคิดเป็น 49% ของพื้นที่เพาะปลูกพืขสมุนไพรจีนทั้งมณฑล รั้งอันดับหนึ่งของประเทศ&nbs! p; ในปีที่ผ่านมา ทำมูลค่าการผลิตรวมของอุตสาหกรรมวัตถุดิบยาจีนของทั้งเมืองแตะระดับ 1,900 ล้านหยวน เป็นประโยชน์แก่เกษตรกรมากกว่า 500 หยวนต่อหัว
สำหรับ วัตถุดิบยาจีนของเมืองติ้งซีมีส่วนแบ่งการตลาดภายในประเทศเกิน 20% และถูกนำไปจำหน่ายยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกว่า 20 ประเทศ เช่น สหรัฐฯ และประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การค้าขายวัตถุดิบยาจีนของติ้งซีมีปริมาณ 306,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่า 3,200 ล้านหยวน ธุรกิจแปรรูปวัตถุดิบยาจีนที่มีขนาดใหญ่ทั้ง 93 แห่งในปีที่ผ่านมาทำมูลค่าการผลิตแปรรูปแตะระดับ 900 ล้านหยวน ซึ่งทำการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด เช่น ยาจีนที่เป็นแบบทั้งชนิดเม็ดและน้ำ ผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปยาจีน ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และเครื่องสำอาง เป็นต้น
ในช่วงปลายแผนพัฒนาฉบับที่ 12 เมืองติ้งซีจะมีธุรกิจที่ได้รับการรับรอง GMP สำหรับผลิตภัณฑ์ยาจีน 150 แห่ง สายการผลิตสารสกัด! สำหรับยาจีนจำนวน 30 สายการผลิต ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจะเพิ! ่มขึ้นเป ็น 100 แห่ง การค้าวัตถุดิบยาจีนจะมีปริมาณ 1.6 ล้านตันต่อปี และอุตสาหกรรมยาจีนจะทำมูลค่าการผลิต 8,500 ล้านต่อปี
ที่มา : ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน(27/04/54)
ปัจจุบัน เมืองติ้งซีกลายเป็นเขตทรัพยากรวัตถุดิบยาจีนที่สำคัญของประเทศ โดยการปลูกพืชสมุนไพรที่ใช้เป็นวัตถุดิบยาจีน ใช้พื้นที่ราว 458,333 ไร่ หรือคิดเป็น 49% ของพื้นที่เพาะปลูกพืขสมุนไพรจีนทั้งมณฑล รั้งอันดับหนึ่งของประเทศ&nbs! p; ในปีที่ผ่านมา ทำมูลค่าการผลิตรวมของอุตสาหกรรมวัตถุดิบยาจีนของทั้งเมืองแตะระดับ 1,900 ล้านหยวน เป็นประโยชน์แก่เกษตรกรมากกว่า 500 หยวนต่อหัว
สำหรับ วัตถุดิบยาจีนของเมืองติ้งซีมีส่วนแบ่งการตลาดภายในประเทศเกิน 20% และถูกนำไปจำหน่ายยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกว่า 20 ประเทศ เช่น สหรัฐฯ และประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การค้าขายวัตถุดิบยาจีนของติ้งซีมีปริมาณ 306,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่า 3,200 ล้านหยวน ธุรกิจแปรรูปวัตถุดิบยาจีนที่มีขนาดใหญ่ทั้ง 93 แห่งในปีที่ผ่านมาทำมูลค่าการผลิตแปรรูปแตะระดับ 900 ล้านหยวน ซึ่งทำการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด เช่น ยาจีนที่เป็นแบบทั้งชนิดเม็ดและน้ำ ผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปยาจีน ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และเครื่องสำอาง เป็นต้น
ในช่วงปลายแผนพัฒนาฉบับที่ 12 เมืองติ้งซีจะมีธุรกิจที่ได้รับการรับรอง GMP สำหรับผลิตภัณฑ์ยาจีน 150 แห่ง สายการผลิตสารสกัด! สำหรับยาจีนจำนวน 30 สายการผลิต ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจะเพิ! ่มขึ้นเป ็น 100 แห่ง การค้าวัตถุดิบยาจีนจะมีปริมาณ 1.6 ล้านตันต่อปี และอุตสาหกรรมยาจีนจะทำมูลค่าการผลิต 8,500 ล้านต่อปี
ที่มา : ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน(27/04/54)
08 April 2011
จีนอ่วมโรคพืชระบาด ข้าวสาลีเสียหายหนัก
กระทรวงเกษตรจีนเผยผลผลิตข้าวสาลีของจีนกำลังได้รับผลกระทบจากโรคพืชและศัตรูพืชเนื่องจากฤดูใบไม้ผลิที่แห้งแล้วในปีนี้
พื้นที่ที่มีผลผลิตเสียหายจากศัตรูพืชเพิ่มขึ้นถึง 110% ซึ่งมีศัตรูพืชเพิ่มขึ้น 4 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2553 ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทางตอนเหนือที่แหล่งปลูกข้าวสาลีของประเทศ นอกจากนี้ โรคพืชก็ยังระบาดในข้าวสาลีอีกด้วย โดยในทางตะวันตกเฉียงใต้ และ ตะวันตกเฉียงเหนือ โรคราสนิม (strip rust) ได้สร้างความเสียหาย 40 ล้าน mu คิดเป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าวสาลีที่ 2.67 ล้านเฮกตาร์ ในขณะที่พื้นท! ี่ทางตอนกลางข้าวสาลีก็ได้รับผลกระทบจากโรคใบเหี่ยวแห้งเป็นจำนวน 65 ล้าน mu ซึ่งอาจทำให้ผลผลิตข้าวสาลีลดลง
อนึ่งกระทรวงเกษตรจีนตั้งเป้าจะควบคุมความเสียหายจากโรคระบาดให้น้อยกว่า 5% ก่อนหน้านี้ผลผลิตของข้าวสาลีได้รับผลกระทบจากความแห้งแล้ง แม้ว่าจะมีการชลประทานจะที่ช่วยให้ดินชุ่มชื้นขึ้น
ที่มา : Reuters
พื้นที่ที่มีผลผลิตเสียหายจากศัตรูพืชเพิ่มขึ้นถึง 110% ซึ่งมีศัตรูพืชเพิ่มขึ้น 4 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2553 ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทางตอนเหนือที่แหล่งปลูกข้าวสาลีของประเทศ นอกจากนี้ โรคพืชก็ยังระบาดในข้าวสาลีอีกด้วย โดยในทางตะวันตกเฉียงใต้ และ ตะวันตกเฉียงเหนือ โรคราสนิม (strip rust) ได้สร้างความเสียหาย 40 ล้าน mu คิดเป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าวสาลีที่ 2.67 ล้านเฮกตาร์ ในขณะที่พื้นท! ี่ทางตอนกลางข้าวสาลีก็ได้รับผลกระทบจากโรคใบเหี่ยวแห้งเป็นจำนวน 65 ล้าน mu ซึ่งอาจทำให้ผลผลิตข้าวสาลีลดลง
อนึ่งกระทรวงเกษตรจีนตั้งเป้าจะควบคุมความเสียหายจากโรคระบาดให้น้อยกว่า 5% ก่อนหน้านี้ผลผลิตของข้าวสาลีได้รับผลกระทบจากความแห้งแล้ง แม้ว่าจะมีการชลประทานจะที่ช่วยให้ดินชุ่มชื้นขึ้น
ที่มา : Reuters
Subscribe to:
Posts (Atom)