25 April 2012
EU ประกาศปรับปรุงการสุ่มตรวจผักนำเข้า ครั้งที่ 7
คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศแก้ไขภาคผนวกที่ 1 ของมาตรการสุ่มตรวจผัก ปรับปรุงครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นการพิจารณาปรับมาตรการสุ่มตรวจเข้มผักจากประเทศที่สาม ณ ด่านนำเข้าของสหภาพยุโรป ตามกฎระเบียบ EC Regulation 669/2009 ที่ได้ปรับใช้แล้วมาตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2553 นั้น สำหรับส่วนที่ปรับปรุงมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยดังนี้
1. EU ให้คงมาตรการตรวจเข้มเพื่อหาสารฆ่าแมลงตกค้างที่ระดับ 50% ในผัก 3 ประเภท คือ ผักในกลุ่มมะเขือ กลุ่มกะหล่ำ และถั่วฝักยาว ทั้งในรูปของผักสด แช่เย็น และแช่แข็ง
2. EU ให้คงมาตรการตรวจเข้มเพื่อหาสารฆ่าแมลงตกค้างที่ระดับ 20% ในผัก 2 ประเภท คือ ผักชี และกะเพรา-โหระพา ในรูปของผักสด
3. EU ให้คงมาตรการตรวจเข้มเพื่อหาเชื้อ Salmonella ที่ระดับ 10% ในผัก 3 ประเภท คือ ผักชี กะเพรา-โหระพา และสะระแหน่ ในรูปของผักสด
4. EU ให้คงมาตรการตรวจเข้มเพื่อหาสารฆ่าแมลงตกค้างที่ระดับ 10% ในพริก (สด)
ทั้งนี้ EU ให้ยกเลิกมาตรการตรวจเข้มเพื่อหาสี Sudan dyes ตกค้างในสินค้าพริก-เครื่องเทศ และน้ำมันปาล์มแดงจากประเทศที่สามทุกประเทศ ซึ่งแต่เดิมกำหนดให้สุ่มตรวจอยู่ที่ระดับ 10%
รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้จากเว็บไซต์
http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2012:098:0007:0012:EN:PDF
ทั้งนี้กฎระเบียบมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2555
ที่มา : ThaiEurope ( 25 เมษายน 2555 )
23 April 2012
FDA ประกาศร่างมาตรฐานการใช้เทคโนโลยีนาโนในอาหารและเครื่องดื่ม
FDA ประกาศร่างมาตรฐานการใช้เทคโนโลยีนาโนในอาหารและเครื่องดื่ม โดยจะมีผลในอุตสาหกรรมอาหาร กรณีใช้เทคโนโลยีนาโนแล้วส่งผลต่อโครงสร้างหรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ไปจนถึงตัวสินค้า ซึ่งขั้นตอนในการตรวจสอบอาหาร ยา และเครื่องมือการแพทย์ กำลังมีการปรับปรุงโดย FAO อย่างเร่งด่วน
ผู้ผลิตที่มีการใช้เทคโนโลยีนาโนควรจะหารือกับ FDA ก่อนวางจำหน่ายสินค้าในตลาด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถมั่นใจในความปลอดภัย
ที่มา : FoodBusinessNEWS (23/04/55)
FDA ประกาศร่างมาตรฐานการใช้เทคโนโลยีนาโนในอาหารและเครื่องดื่ม
FDA ประกาศร่างมาตรฐานการใช้เทคโนโลยีนาโนในอาหารและเครื่องดื่ม โดยจะมีผลในอุตสาหกรรมอาหาร กรณีใช้เทคโนโลยีนาโนแล้วส่งผลต่อโครงสร้างหรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ไปจนถึงตัวสินค้า ซึ่งขั้นตอนในการตรวจสอบอาหาร ยา และเครื่องมือการแพทย์ กำลังมีการปรับปรุงโดย FAO อย่างเร่งด่วน
ผู้ผลิตที่มีการใช้เทคโนโลยีนาโนควรจะหารือกับ FDA ก่อนวางจำหน่ายสินค้าในตลาด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถมั่นใจในความปลอดภัย
ที่มา : FoodBusinessNEWS (23/04/55)
20 April 2012
พม่าวางแผนส่งออกข้าวเพิ่ม 20%
พม่าตั้งเป้าหมายเพิ่มการส่งออกข้าวระหว่างปี 2555-2556 เป็น 1 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 20% จากช่วงปี 2554-2555 ที่ส่งออก 844,200 ตัน ทำรายได้ถึง 324 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 10,000 ล้านบาท) โดยสถิติการส่งออกย้อนหลังในปี 2553-2554 มีปริมาณ 536,800 ตัน จากแนวโน้มการเติบโตของตลาดส่งออกข้าวดังกล่าว พม่าอาจจะกลับมาเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดอีกครั้ง ดังเช่นในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สามารถส่งออกได้ถึงปีละ 3 ล้านตัน
พม่ากำลังจัดหาผู้ร่วมลงทุนและศึกษาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการส่งออกข้าว โดยขั้นต้นได้ขอความช่วยเหลือในการเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่เพา! ะปลูกจากบังกลาเทศแล้ว นอกจากนี้ พม่ายังขยายระยะเวลายกเว้นภาษีส่งออกสินค้าเกษตรไปจนถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2555 สำหรับข้าว ถั่ว งา ยางพารา และผลิตภัณฑ์ประมงทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ตามยุทธศาสตร์ฟื้นฟูภาคเกษตรกรรมของพลเอกเต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรี
ที่มา : FAO (20/04/55)
19 April 2012
สหภาพยุโรปชี้! พบ Acrylamide ตกค้างในอาหารทารกเพิ่มขึ้น
หน่วยงานมาตรฐานอาหารยุโรป (FSA) พบสารกลุ่ม acrylamide ซึ่งเป็นสารที่มีความเสี่ยงในการก่อมะเร็งเพิ่มขึ้นในอาหารทารก แต่สำหรับอาหารประเภทอื่น เช่น อาหารปรุงสำเร็จ พบว่าสารปนเปื้อนในกลุ่ม acrylamide และ furan มีแนวโน้มลดลง จากรายงานของประเทศอังกฤษ การสุ่มตรวจอาหารระหว่างช่วงเดือนพฤศจิกายน 2553 ถึงเมษายน 2554 พบอาหารจำนวน 13 จาก 248 ตัวอย่าง มีปริมาณ acrylamide เกินค่าดัชนีชี้วัดความปลอดภัย (indicative value) ในอาหารแต่ละชนิด
ที่มา : FoodNavigator (18/04/55
18 April 2012
แคนาดาหวั่น เหตุมาตรการตรวจสอบอาหารในประเทศหละหลวม
แคนาดาตัดงบประมาณในส่วนหน่วยงานตรวจสอบอาหาร Canadian Food Inspection Agency (CFIA) ทำให้ต้องลดอัตราจ้างงานลง 100 ตำแหน่ง ในส่วนของผู้ตรวจสอบ ซึ่งทำให้วงการอาหารวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยอย่างหนัก
ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบความปลอดภัยอาหารให้เหตุผลว่า ปัจจุบัน ผู้ตรวจสอบอาหารทำงานเฉพาะช่วง 8:00-16:00 น. หรือล่วงเวลาได้ไม่เกิน 18:30 น. เท่านั้น การขนส่งอาหารในวงจรการผลิตของแคนาดานั้น บ่อยครั้งที่ต้องรอผู้ตรวจสอบกว่า 12 ชั่วโมง และพบว่ามีมากกว่า 90% ที่ไม่ได้รับการตรวจประเมินความปลอดภัยอย่างเหมาะสม เมื่อเปรียบเทียบกับสหร! ัฐอเมริกา ที่มีมาตรการเข้มงวดและกำลังคนพร้อมกว่า สามารถดำเนินการได้อย่างเด็ดขาด ทั้งตีกลับสินค้า หรือปรับเป็นมูลค่าสูงสุด 3 เท่าของราคาสินค้าที่ขนส่ง
ที่มา : USFoodSafety (18/04/55)
17 April 2012
แคนาดาชี้ กาแฟลิงล้มแชมป์กาแฟขี้ชะมด
กาแฟของอินเดียซึ่งผลิตจากเมล็ดกาแฟที่ลิงกินเฉพาะเปลือกผลแล้วบ้วนทิ้ง กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในแคนาดา โดยบริษัทผู้จัดจำหน่ายพบว่าสูตรการผลิตที่ใช้ "กาแฟลิง" เพียงอย่างเดียว มีคุณสมบัติทั้งด้านกลิ่นและรสดีกว่ารูปแบบดั้งเดิมซึ่งชาวไร่ในอินเดียนำมาผสมกับเมล็ดกาแฟที่เก็บจากต้น ทั้งคณะกรรมการตัดสินปรุงกาแฟชิงแชมป์โลกในแคนาดายังตัดสินให้ "กาแฟลิง" ได้คะแนนสูงกว่ากาแฟขี้ชะมดโกปิลูวักที่เดิมเป็นผู้นำด้านรสชาติอีกด้วย "กาแฟลิง" จำหน่ายในแคนาดาด้วยราคา 2.36 ดอลลาร์สหรัฐต่อถ้วย (ประมาณ 80 บาท)
ที่มา : ไทยโพสต์ (17/04/55)
อินเดีย-เวียดนาม ตัดราคาข้าวกระทบไทยไตรมาสแรกวูบ
อินเดียและเวียดนามกำลังแข่งขันในตลาดส่งออกข้าว โดยใช้การตัดราคาเพื่อระบายสินค้า ส่งผลแนวโน้มราคาข้าวโลกลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งกรณีการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ เช่น อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ เนื่องจากราคาข้าวหอมมะลิและข้าวขาวของไทยสูงกว่าคู่แข่งมาก ส่วนในอิรักซึ่งมีความต้องการประมาณ 800,000 - 1,000,000 ตันต่อปี ไทยยังคงต้องแข่งขันกับอเมริกาและละตินอเมริกา
การติดตามสถานการณ์การส่งออกข้าวจากอินเดียอย่างต่อเนื่องมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากการระบายสต็อกผลผลิตข้าวจากทั้ง อิน! เดีย เวียดนาม ปากีสถาน และผู้ส่งออกรายใหม่ได้แก่ พม่า และกัมพูชา ส่งผลให้เกิดการแข่งขันตัดราคาขึ้น ทำให้ไทยสูญเสียศักยภาพการส่งออกโดยเฉพาะข้าวขาว และยังทำให้ผู้นำเข้ารายใหญ่คือ จีน ลดสัดส่วนการนำเข้าข้าวจากไทย แม้เจ้าของกิจการจะชี้ว่าไม่ส่งผลต่อตลาดข้าวหอมมะลิคุณภาพสูง (พรีเมียมไรซ์) และข้าวนึ่งซึ่งเข้ามาชดเชยส่วนแบ่งการตลาดนัก แต่ต้องคำนึงถึงปัจจัยในการที่จีนอาจจะเพิ่มสัดส่วนการนำเข้าข้าวจากเวียดนาม นอกจากด้านราคา ยังมีเหตุผลด้านระยะทางการขนส่งที่ได้เปรียบกว่าแหล่งผลิตภายในประเทศด้วย
ข้าวไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2555 มีปริมาณส่งออกทั้งสิ้น 1,445,306 ตัน เปรียบเทียบกับไตรมาสที่ 1 ปี 2554 ที่ได้ 2,846,332 ตัน ลดลงถึง 49.2% เนื่องจากผลของส่วนต่างราคาข้าวไทยกับคู่แข่งสำคัญคือ อินเดีย และเวียดนาม สูงถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน หากรัฐบาลพยายามผลักดันราคาข้าวให้สูงเท่าราคารับจำนำจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกยิ่งขึ้น เพราะตลาดจะตัดสินใจเลือกข้าวคุณภาพสูงกว่าของไทยเฉพาะกรณีส่วนต่างไม่เกิน 40 ดอลล! าร์ต่อตัน
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ (17/04/55)
ญี่ปุ่นทบทวนมาตรฐานการติดฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากวัตถุดิบเกษตรอินทรีย์
ญี่ปุ่นได้พิจารณาปรับปรุงมาตรฐานการติดฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตจากผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ รายละเอียดดังนี้
- กระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการญี่ปุ่น ได้ประกาศยกเลิกการตรวจสอบความปลอดภัยของมะละกอดัดแปลงพันธุกรรม ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2554 ซึ่งทางกรมสรรพากรญี่ปุ่น (NTA) กำลังดำเนินการพิจารณาอนุญาตให้มะละกอเป็นส่วนผสมในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยการติดฉลากให้อยู่ในหมวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งมีส่วนประกอบที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม
- กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง แห่งญี่ปุ่น พิจารณาทบทวนมาตรฐานการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่แปรรูปจากผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์และปศุสัตว์อินทรีย์ตามรายละเอียดดังนี้
1) อนุญาตให้ใช้ส่วนประกอบที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์และปศุสัตว์อินทรีย์เฉพาะในกรณีที่หาวัตถุดิบสองประเภทข้างต้นได้ยาก
2) ให้นับรวมวัตถุเจือปนอาหารที่ทำจากผลิตภัณฑ์อินทรีย์ รวมเป็นส่วนประกอบในส่วนวัตถุดิบอินทรีย์ด้วย เพื่อประโยชน์ในการคำนวณสัดส่วนวัตถุดิบอินทรีย์ต่อวัตถุดิบทั้งหมด
3) อนุญาตให้สารเคมีที่ผลิตโดยใช้เทคนิคการถ่ายดีเอ็นเอ ในตารางที่ 2 ของมาตรฐาน ในกา! รผลิตที่ไม่ใช่เพื่อเป็นวัตถุดิบในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่แปรรูป! จากผลิตภ ัณฑ์เกษตรอินทรีย์และปศุสัตว์อินทรีย์
4) อนุญาตให้ใช้สารเคมีนอกตารางที่ 2 ของมาตรฐาน เพื่อควบคุมสัตว์รบกวนในโรงงาน กรณีที่ไม่มีการผลิตหรือเก็บรักษาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่แปรรูปจากผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์และปศุสัตว์อินทรีย์
- NTA ได้ทบทวนมาตรฐานวัตถุเจือปนอาหาร และยาในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่แปรรูปจากผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์และปศุสัตว์อินทรีย์ ตามรายละเอียดดังนี้
1) เพิกถอน DL-tartaric acid และ DL-potassium hydrogen tartrate จากรายชื่อวัตถุเจือปนอาหารในตารางที่ 1 ของมาตรฐาน
2) เพิกถอน น้ำมันจากพืชและสัตว์, เจลาติน, เคซีน, ผลิตภั! ณฑ์อาหารหมักดองซึ่งใช้เชื้อ aspergillus ที่สกัดจากเห็ดชิตาเกะ, สารสกัดจากสาหร่ายคลอเรลลา, ไคติน, ไขผึ้ง, แร่ซิลิเกต, เบนโตไนต์ และสารสกัดจากพืช ออกจากรายชื่อยาในตารางที่ 2 ของมาตรฐาน
3) เพิ่มเติม แคปไซซิน ลงในรายชื่อยาในตารางที่ 2 ของมาตรฐาน
โดยกำหนดวันสุดท้ายที่สามารถแสดงความคิดเห็นหรือคัดค้านได้ เป็นวันที่ 27 พฤษภาคม 2555
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก
http://members.wto.org/crnattachments/2012/tbt/JPN/12_1115_00_e.pdf
http://www.sinab.it/share/img_normativa_politica_files/68_standard_trasformazione_giappone.pdf
ที่มา : มกอช. (17/04/55)
11 April 2012
ไต้หวันเตือนเพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบสินค้าเกษตรไทย
จากการตรวจพบสารตกค้างในสินค้าเกษตรไทยที่ส่งออกไปยังไต้หวัน ทำให้ไต้หวันเพ่งเล็งและอาจพิจารณาเพิ่มระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้านำเข้าจากไทย โดยปัจจุบัน ตามข้อกำหนดการตรวจสอบสินค้านำเข้าอาหารและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องของกรมอาหารและยาไต้หวัน (FDA) ได้บัญญัติระดับการตรวจสอบสินค้าดังนี้
- ระดับปกติ สุ่มตรวจ อัตรา 2 – 5% ของจำนวนล็อต
- ระดับเพิ่มความระวัง สุ่มตรวจ อัตรา 20 – 25% ของจำนวนล็อต
&nb! sp; - ระดับเข้มงวด ตรวจ 100% (ตรวจทุกล็อต)
โดยปัจจุบันสินค้าส่งออกส่วนใหญ่ของไทยถูกสุ่มตรวจในระดับปกติ หากทว่าการที่ FDA ได้รายงานการตรวจพบสารตกค้างที่ไม่สอดคล้องตามระเบียบของไต้หวันในสินค้าพริกป่นจากไทย เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2555 และขอให้ไทยทบทวนแนวทางปฏิบัติและมาตรการปรับปรุงแก้ไขกรณีสารตกค้างที่ไม่เป็นไปตามระเบียบเพื่อแจ้งแก่ไต้หวันภายในวันที่ 7 พฤษภาคม 2555 นั้น จึงขอความร่วมมือผู้ส่งออกปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยสารตกค้างของไต้หวันอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการอันอาจจะเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกของสินค้าเกษตรไทย เช่น การปรับระดับการตรวจสอบสินค้าจากระดับปกติ เป็นระดับเพิ่มความระวัง หรือระดับเข้มงวด
สำหรับรายละเอียดสารตกค้างที่ยอมรับได้ดูได้จาก
www.fda.gov.tw/eng/people_laws_list.aspx?time=l&classifysn=16
ที่มา : มกอช. (11/04/55
อินโดนีเซียมีความต้องการนำเข้าข้าวในปี พ.ศ.2555
อินโดนีเซียได้ประมาณการว่า ในปี พ.ศ.2555 Bulog อาจพิจารณานำเข้าข้าวจากต่างประเทศจำนวน 2.25 ล้านตัน
โดยที่ Bulog ไม่สามารถสำรองข้าวภายในประเทศได้ถึง 4.5 ล้านตัน ในปี พ.ศ.2555 จำเป็นต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศประมาณ 2.25 ล้านตัน เนื่องจาก Bulog สามารถจัดซื้อข้าวภายในประเทศได้เพียง 1.8-2.5 ล้านตัน หรือประมาณ 40 -50 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณข้าวสำรอง ในขณะที่ Bulog จำเป็นที่จะต้องสำรองข้าวในปีนี้จำนวน 4.5 ล้านตันเพื่อรักษาระดับราคาข้าวภายในประเทศ รวมทั้งการสำรองข้าวเพื่อสนับสนุนโครงการช่วยเหลือคนยากจนภายในประเทศอินโดนีเซีย สาเหตุที่ Bulog ไม่สามารถจัดซื้อข้าวภายในประเทศเพื่อเป็นการสำรองข้าวให้ถึงจำนวน 3.15 ล้านตัน หรือประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณข้าวสำรอง เนื่องจากราคาข้าวภายในประเทศมีราคาสูงขึ้นทำให้ Bulog ไม่สามารถแข่งขันซื้อข้าวภายในประเทศได้ถึงแม้ว่า ผลผลิตข้าวภายในประเทศ พ.ศ.2555 จะมีผลผลิตดีกว่าผลผลิตในปี พ.ศ.2554 แต่ปริมาณข้าวที่เพิ่มขึ้นมากขึ้นในปี พ! .ศ.2555 ไม่สามารถทำให้ราคาข้าวในประเทศต่ำลงได้ เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น โดยที่ราคาข้าวเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2555 สำหรับข้าวคุณภาพปานกลางมีราคา 8,064 รูเปียห์/กิโลกรัม (28.29 บาท/กิโลกรัม) ซึ่งมีราคาสูงกว่าข้าวในเดือนมกราคม 2555 ที่มีราคา 7,970 รูเปียห์/กิโลกรัม (27.96 บาท/กิโลกรัม) ดังนั้น คาดว่าในปี
พ.ศ.2555 นี้ Bloug คงจะมีการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ เป็นจำนวน 2.25 ล้านตัน
ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงจาการ์ตา (11/04/55)
05 April 2012
สตาร์บัคส์กระโจนเข้าร่วมวงอุตสาหกรรมเครื่องดื่มชูกำลัง
ด้วยเครื่องหมายการค้า Refreshers สตาร์บัคส์พร้อมแล้วที่จะแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่มีมูลค่าถึง 8 พันล้านดอลลาร์เมื่อปีที่ผ่านมา และยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง Refreshers มีส่วนผสมของน้ำผลไม้และสารสกัดเมล็ดกาแฟอาราบิกาที่ยังไม่ผ่านการคั่ว โดยจะวางจำหน่ายในเครือข่ายร้าน Ready Brew ของสตาร์บัคส์ ในกระป๋องขนาด 12 ออนซ์ 3 รสชาติ คือ ทับทิม, สตรอเบอร์รี่มะนาว และ ส้มเมลอน
ประธานบริหารภาคพื้นเอเซียแปซิฟิกและจีนของสตาร์บัคส์กล่าวว่า ทางสตาร์บัคส์เล็งเห็นศักยภาพของจีนที่จะก้าวมาเป็นตลาดนอกสหรัฐอเมริกาท! ี่ใหญ่เป็นอันดับสอง ทั้งกำลังจับตามองกระแสนิยมของผู้บริโภคในประเทศไทยและอินโดนีเซียต่อแบรนด์สตาร์บัคส์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วด้วย
นอกจากสร้างแบรนด์กาแฟพรีเมียมร่วมกับ Green Mountain Cofee Roasters (G.M.C.R.) ทั้งระบบชงแบบใหม่ที่ใช้ความดันต่ำพิเศษ และเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ ทางสตาร์บัคส์ยังวางแผนที่จะขยายโรงงานเดิมในมลรัฐเซาท์แคโรไลนา และเปิดโรงงานใหม่เป็นแห่งที่ห้าในมลรัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา เป็นการวางแผนผลิตเพื่อสนองความต้องการผู้บริโภคอย่างทั่วถึง
ที่มา : FoodBusinessNEWS (05/04/55)
เกษตรกรและบริษัทเมล็ดพันธุ์ฝรั่งเศสอุทธรณ์การห้ามจีเอ็มโอ
เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และบริษัทเมล็ดพันธุ์ฝรั่งเศสอุทธรณ์การห้ามเพาะปลูกสายพันธุ์ข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรมต่อศาลสูงสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามันเป็นการไม่ยุติธรรมต่อเกษตรกรและเป็นการทำลายเศรษฐกิจ ฝรั่งเศสออกประกาศห้ามชั่วคราวการปลูกข้าวโพดจีเอ็มโอของมอนซานโต MON810 เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ภายหลังจากการเลื่อนชำระหนี้ก่อนหน้านี้เป็นโมฆะโดยคำสั่งศาลบนพื้นฐานของความไม่เป็นธรรม ฝรั่งเศสซึ่งจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนหน้าและจากการที่ประชาชนมีความเห็นคัดค้านอย่างรุนแรงต่อผลิตภัณฑ์ดัดแปลงพันธุกรรม (GMO) ได้เรียกร้องคณะกรรมาธิการยุโรปให้ระงับการอนุญาตเพาะปลูกข้าวโพดจีเอ็มโอชนิดทนทานแมลง ! โดยที่พืชดังกล่าวเป็นพืชจีเอ็มโอเพียงชนิดเดียวที่อนุญาตให้เพาะปลูกในสหภาพยุโรป ทั้งนี้ บริษัทมอนซานโตกล่าวว่าข้าวโพดจีเอ็มโอมีความปลอดภัยที่สุด
ที่มา : Global Good News (04/04/55)
อาร์เจนตินาพัฒนาสายพันธุ์ถั่วเหลือง GM หวังส่วนแบ่งมอนซานโต
ทีมวิจัยจากอาร์เจนตินาร่วมมือกับสหรัฐในการผลิตถั่วเหลืองดัดแปลงพันธุกรรม (GM) หวังพัฒนาสายพันธุ์ออกสู่ตลาดภายในปี 2015-2016 โดยมีคุณสมบัติต้านทานสารกำจัดวัชพืช glyphosate, ทนแล้ง และเจริญเติบโตเร็ว มีเป้าหมายส่งออกสู่แหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ อเมริกาใต้, สหรัฐ, จีน และอินเดีย
Verdecas เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Bioceres ที่ผู้ถือหุ้นกว่า 230 คน เป็นเกษตรกรในอาร์เจนตินาที่มีพื้นที่ปลูกรวมกันมากกว่า 2.5 ล้านเฮกเตอร์ (15.6 ล้านไร่) และบริษัท Arcadia ของสหรัฐ ตั้งเป้าหมายพัฒนาสายพันธุ์ถั่วเหลืองให้ทันการสิ้นสุด! สิทธิบัตรในการผลิตถั่วเหลืองต้านทานสารกำจัดวัชพืช glyphosate ของบริษัทมอนซานโต ในปี 2014 ปัจจุบันมอนซานโตครอบครองส่วนแบ่งใหญ่ในตลาดโลก โดยเฉพาะถั่วเหลือง และพืชดัดแปลงพันธุกรรมภายใต้เครื่องหมายการค้า Roundup-ready ที่พัฒนาตั้งแต่ปี 1996
ที่มา : AllAboutFeed (04/04/55)
03 April 2012
จีนยกระดับข้อบังคับสารเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการในอาหาร
กระทรวงสาธารณสุขจีนปรับปรุงข้อบังคับสารเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการในอาหาร สารในกลุ่มดังกล่าวรวมไปถึงไมโครนิวเทรียนท์ (Micronutrients) เช่น วิตามิน เกลือแร่ เป็นต้น โดยมีประโยชน์เพื่อเพิ่มคุณสมบัติการดูดซึมธาตุอาหารและเพิ่มภูมิต้านทานโรค ข้อบังคับฉบับเดิม พ.ศ.2537 จะถูกยกเลิกและให้ข้อบังคับใหม่เริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2556 แทน ซึ่งจะทำให้มาตรฐานสินค้าเกษตรเป็นไปตามกฎหมายความปลอดภัยอาหารของจีนมากยิ่งขึ้น กระทรวงสาธารณสุขจะมีบทบาทในการกระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมและสมาคมของผู้ผลิตตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติตามข้อบังคับที่ปรับปรุงใหม่ดังกล่าว
ที่มา : Xinhuanet (3/04/55)
02 April 2012
โคลัมเบียออกร่างกฎระเบียบน้ำมัน ไขมัน และภาชนะบรรจุอาหารหรือพลาสติกหุ้มอาหารทุกชนิด
วันที่ 2 มีนาคม 2555 โคลัมเบียได้ออกร่างกฎระเบียบ กำหนดกฎระเบียบทางเทคนิคสำหรับภาชนะบรรจุอาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันทรานส์และ/หรือไขมันอิ่มตัว กฎระเบียบนี้ครอบคลุม จุดประสงค์ ขอบเขต ข้อยกเว้น คำนิยาม หลักทั่วไป ข้อกำหนดสำหรับอาหรที่มีส่วนประกอบของไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัว เครื่องหมายและฉลากโภชนาการ การตรวจสอบ การเฝ้าติดตาม การควบคุมและบทลงโทษ การทบทวนและปรับให้เป็นปัจจุบัน การเปิดเผยขั้นตอนปฏิบัติ การแจ้งประกาศ และระยะเวลาบังคับใช้ตามกฎหมาย ผู้เกี่ยวข้องมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2555 และกฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ 6 เดือ! นภายหลังประกาศ
ที่มา : มกอช. (2/04/55
Subscribe to:
Comments (Atom)