Pages

30 December 2011

จีนพบน้ำมันพืชปนอะฟลาทอกซินชนิดเดียวกับนมผง

จีนเรียกคืนน้ำมันประกอบอาหารที่ผลิตจากโรงงาน 3 แห่ง หลังตรวจพบว่าปนเปื้อนสารอะฟลาท็อกซิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งแบบเดียวกันกับที่พบในนมผงเด็กเมื่อเร็วๆนี้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ในมลฑลกวางตุ้ง ได้สั่งโรงงานทั้ง 3 แห่งของ 3 บริษัท ได้แก่ ฝูเฉิง ออยล์ หมานยี่ พีนัท ออยล์ และหม่าเปา ออยล์ ชะลอการผลิตน้ำมัน พร้อมเรียกเก็บสินค้าออกจากตลาดด้วย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยบริษัทเม่งหนิวเพิ่งเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่พบสารอะฟลาทอกซินระดับสูงในผลิตภัณฑ์นมของบริษัทก่อนที่จะนำออกสู่ตลาด โดยมีสาเหตุจากวัวที่เลี้ยงในฟาร์! มแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ กินอาหารที่มีเชื้อราเข้าไป



ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ( 30 ธันวาคม 2554

ไทยสั่งระงับนำเข้าผลไม้ออสซี่ 8 ชนิด เมินตรวจศัตรูพืช

ไทยสั่งระงับนำเข้าผลไม้ 8 รายการจากออสเตรเลีย หลังออสเตรเลียปฏิเสธทำตามเงื่อนไขระบบตรวจสอบรับรองศัตรูพืช เตรียมรื้อกฎระเบียบควบคุมนำเข้าสินค้าผลไม้สดเพิ่ม 27 ชนิด ป้องกันแมลงวันผลไม้ร้ายแรง 2 ชนิด

นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตรเปิดเผยว่า ขณะนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ยกเลิกการผ่อนผันการนำเข้าสินค้าผลไม้สดจากออสเตรเลียจำนวน 8 รายการได้แก่ พริกสด แตงกวาสด ผลแตงสด ผลมะเขือสด เสาวรสสด มะเขือเทศสด ผลสดของพืชสกุลคูเคอร์บิตา (Cucurbita spp.) ได้แก่ ฟักทอง สควอช ซูกินิ และผลสดของพืชสกุลรูบัส ได้แก่ แบล็คเบอร์รี ราสพ์เบอร! ์รี และยังเบอร์รี เนื่องจากออสเตรเลียไม่พร้อมให้กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบระบบการตรวจรับรองศัตรูพืชก่อนส่งออกตามเงื่อนไขการนำเข้าใหม่ของกรมวิชาการเกษตรจึงต้องระงับการนำเข้าผลไม้สดดังกล่าว

ปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรได้ปรับปรุงเงื่อนไขการนำเข้าสินค้าผลไม้สดจากออสเตรเลียเพิ่มเติม 27 รายการ เช่น กีวี พลับ สตรอเบอร์รี แอปเปิล มะม่วง อโวคาโด แอปริคอท เชอร์รี พลัม ท้อ เนคทารีน สาลี่ มันฝรั่ง ข้าวฟ่าง และข้าวโพด โดยอยู่ระหว่างการเตรียมเพื่อเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการกักกันพืชพิจารณา หลังจากนั้นกรมวิชาการเกษตรจะไปตรวจสอบระบบรับรองศัตรูพืชก่อนออสเตรเลียส่งออก หากผ่านการตรวจประเมินจะอนุญาตให้นำเข้าได้เป็นรายสินค้า และคาดว่าปี 2555 การกำหนดเงื่อนไขการนำเข้าสินค้าผลไม้จากออสเตรเลียจะครอบคลุมพืชทุกชนิด

การกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวอาจกระทบต่อการนำเข้าสินค้าผลไม้สดบางชนิดจากออสเตรเลียในระยะแรก แต่เป็นการป! ้องกันแมลงวันผลไม้ที่ร้ายแรง 2 ชนิด ได้แก่ แมลงวันผลไม้ Medite! rranean fruit fly (Ceratitis capitata) และ Queensland fruit fly (Bectrocera tryoni) นอกจากนั้น ยังเป็นการทำให้ไทยได้รับสินค้าผลไม้สดที่มีคุณภาพ ปลอดจากแมลงศัตรูพืช และเป็นการกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันการค้าระหว่างประเทศด้วย




ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ( 30 ธันวาคม 2554 )

27 December 2011

ญี่ปุ่นปรับปรุงแบบฉลากโภชนาการอาหาร

 
                หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคญี่ปุ่น (CAA) ได้พิจารณาระบบการติดฉลากโภชนาการอาหารเสร็จสิ้นแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม CAA ยังไม่ได้พิจารณาเรื่อง กรดไขมันทรานส์ (Trans – fatty acid) เนื่องจากคณะกรรมาธิการความปลอดภัยอาหารรายงานว่าปริมาณการบริโภคกรดไขมันทรานส์เฉลี่ยใน 1 วันของชาวญี่ปุ่น เท่ากับ 0.6 % ของพลังงานทั้งหมด ซึ่งต่ำกว่าปริมาณที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำไว้ที่ 1 %

                จากผลการสำรวจของ CAA เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553 พบว่า 82 % ของอาหารแปรรูปมีการติดฉลากโภชนาการอาหารซึ่งเป็นการดำเนินการต! ามความสมัครใจ อาหารที่มีการกล่าวอ้างสรรพคุณทางโภชนาการ ส่วนประกอบทางโภชนาการจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการติดฉลากภายใต้ Health Promotion Act การติดฉลากโภชนาการอาหารในปัจจุบันนั้นไม่ได้กำหนดรูปแบบมาตรฐานของข้อมูลที่แสดงบนฉลาก ผู้ผลิตจึงสามารถเลือกว่าจะแสดงข้อมูลโภชนาการบนฉลากอาหารในลักษณะ ต่อหน่วยบริโภค ต่อบรรจุภัณฑ์ หรือ ต่อ 100 กรัมได้

                อย่างไรก็ตาม รายงานการประชุม CAA เมื่อเดือนสิงหาคม 2554 กำหนดให้ส่วนประกอบด้านโภชนาการอาหารที่แสดงบนฉลากต้องประกอบด้วย พลังงาน โซเดียม ไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน ตามลำดับ พลังงานงานเป็นส่วนประกอบแรกที่ต้องแสดงบนฉลาก ส่วนโซเดียมเป็นลำดับที่ 2 เนื่องจากการบริโภคโซเดียมของชาวญี่ปุ่นโดยเฉลี่ยใน 1 วัน สูงกว่าปริมาณเฉลี่ยทั่วโลก และของ WHO นอกจากนี้ รายงานแนะนำให้ CAA จัดทำระบบติดฉลากโภชนาการอาหารในรูปแบบที่ง่ายสำหรับอาหารแปรรูป และจะสรุปผลการหารือเกี่ยวกับฉลากโภชนาการอาหารใหม่ภายในเดือนมิถุนายน 2555

 

 

ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโตเกียว  ( 27  ธันวาคม 2554 )

17 December 2011

นักวิจัยสหรัฐฯพบ ไข่และเนื้อไก่ช่วยเพิ่มความจำ  

                Rhoda Au  นักวิจัยอาวุโสและทีมนักวิจัยจาก คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยบอสตัน ได้ศึกษาวิจัยประโยชน์จากการรับประทานไข่ไก่และเนื้อไก่พบว่า ไข่ไก่และเนื้อไก่อาจเพิ่มความสามารถในการจดจำได้ การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาด้านสุขภาพระยะยาว โดยมีอาสาสมัครเป็นผู้ที่อยู่ที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ 1,400 ราย เข้าร่วมการวิจัยครั้งนี้ ซึ่งมีระยะเวลา 10 ปี

                อาสาสมัครที่รับประทานอาหารซึ่งประกอบด้วยสารโคลีนจำนวนมากสามารถทำแบบทดสอบด้านความจำได้ดีกว่าและมีโอกาสที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมน้อยกว่าอาสาสมัครที่รับประทานอาหารที่ประกอบด้วยสารโคลีนน้อย! กว่า แต่อย่างไรก็ตาม Rhoda Au ย้ำว่า ไม่มีสารอาหารใดเพียงชนิดเดียวที่จะสามารถป้องกันโรคสมองเสื่อมได้

                ส่วนอาหารอื่นๆที่มีสารโคลีนในปริมาณมากได้แก่ ผักต่างๆเช่น ถั่วเหลือง ถั่วแดงหลวง ปลาทะเล ตับ และนม

                นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยอื่นๆที่แสดงว่า การรับประทานปลาที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 จะช่วยชะลอการเสื่อมของการรับรู้เมื่อมีอายุมากขึ้น นอกจากนี้ งานวิจัยชิ้นหนึ่งในปี 2553 ระบุว่าผู้ที่ดื่มชาทำแบบทดสอบด้านความจำและสามารถประมวลข้อมูลได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ดื่ม
 
 
ที่มา : World Poultry (16/12/54

คาดเวียดนามมีมูลค่าส่งออกผัก ผลไม้ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2554

 
                เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2554 Huynh Quang Dau รองประธานสมาคมผลไม้และผักเวียดนาม (VFVA) กล่าวว่า ในปี 2554 เวียดนามอาจมีมูลค่าการส่งออกผักและผลไม้ที่ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทำให้เวียดนามกลายเป็นประเทศผู้ส่งออกผักและผลไม้รายใหญ่ที่สุด 5 อันดับแรกในเอเชีย โดยในช่วงเดือนมกราคม – ตุลาคม 2554 เวียดนามส่งออกผักและผลไม้ 515 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 40 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553

                ผลไม้ที่ส่งออกส่วนใหญ่ ได้แก่ แก้วมังกร มะเฟือง มะม่วง ลำไย และสิ้นจี่ ซึ่งเวียดนามได้ส่งออกผลไม้เหล่านี้ใ! นปริมาณมากไปยังยุโรปและเอเชีย โดยส่งออกไปยังญี่ปุ่นมากที่สุด ปัจจุบัน เวียดนามส่งออกผลไม้ไปยังญี่ปุ่นซึ่งมีมูลค่ากว่า 51.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 21 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

                กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทเวียดนาม (MARD) คาดการณ์ว่าในปี 2555 ความต้องการสินค้าเกษตรทั่วโลกจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นการส่งออกผักและผลไม้ของเวียดนาม

                VFVA ได้สนับสนุนการส่งออกโดยแนะนำให้เกษตรกรและผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องมีมาตรฐานการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม ( Good Agriculture Practices: GAP) เพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพผ่านมาตรฐานที่เข้มงวดตามความข้อกำหนดของผู้นำเข้า
 
 
ที่มา : Xinhua News (16/12/54)

13 December 2011

CSPI ยื่นเรื่องต่อ USFDAเรียกร้องให้ผู้ผลิตอาหารระบุสีผสมอาหารบนฉลากสินค้า

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2554 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อประโยชน์สาธารณะของสหรัฐ (CSPI) ยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (USFDA) เรียกร้องให้ผู้ผลิตอาหารระบุว่าเติมสีผสมอาหารสังเคราะห์บนฉลากสินค้าด้านหน้าของผลิตภัณฑ์

ข้อเรียกร้องระบุว่า ผู้ผลิตอาหารรายใหญ่มักเติมสีผสมอาหารสังเคราะห์ลงในผลิตภัณฑ์เพื่อเลียนแบบสีของส่วนประกอบนั้น แต่อันที่จริงแล้ว ไม่มีส่วนประกอบนั้นอยู่จริง เนื่องจากสีที่เห็นเป็นเพียงสีผสมอาหาร ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดได้ในกรณีที่ไม่ได้อ่านฉลากคุณค่าทางอาหารซึ! ่งอยู่ด้านหลัง

นาย Michael F. Jacobson ผู้อำนวยการบริหารของ CSPI กล่าวว่า ตนเองไม่มั่นใจว่า USFDA จะอนุมัติเรื่องนี้หรือไม่ แต่เรื่องนี้เป็นมาตรการหนึ่งที่จะช่วยปกป้องผู้บริโภคและอาจทำให้ผู้ผลิตอาหารบางรายไม่ใช้สีผสมอาหาร

มีการเติมสีผสมอาหารลงในอาหารหลายชนิดที่วางจำหน่ายในสหรัฐ เช่น ไส้กรอก ขนมปัง เยลลี่ น้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยว หรือแม้แต่ผักดองก็เติมสีผสมอาหารธรรมชาติหรือสังเคราะห์เพื่อทำให้ดูน่ารับประทานหรือดูมีคุณภาพดี

นาย Michael F. Jacobson กล่าวว่า มีข้อกำหนดให้ผู้ผลิตอาหารต้องเปิดเผยสารแต่งรสชาติสังเคราะห์บนฉลากสินค้าด้านหน้าในกรณีที่ฉลากหรือโฆษณากล่าวถึงรสชาติของสินค้า ดังนั้นเรื่องสีผสมอาหารสังเคราะห์ควรจะมีมาตรฐานเดียวกัน และเมื่อเดือนมกราคม 2553 CSPI สำรวจความคิดเห็นผู้ให! ญ่จำนวน 1,000 คน พบว่า 74 % พึงพอใจกฎระเบียบที่บังคับให้เปิดเผ! ยรายชื่อ สีผสมอาหารสังเคราะห์บนฉลากสินค้าด้านหน้า

ก่อนหน้านี้ USFDA ได้พิจารณาความเป็นไปได้ของการเชื่อมโยงระหว่างสีผสมอาหารและโรคสมาธิสั้นในเด็ก แต่อย่างไรก็ตาม USFDA ไม่ได้ระบุว่าทั้งสองสิ่งมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่เนื่องจากต้องมีการวิจัยให้มากกว่านี้


ที่มา : Food Safety News (13/12/54

ยูเครนวางแผนเพิ่มสัดส่วนพื้นที่ปลูกข้าวโพดและถั่วเหลือง

นาย Sergei Kvasha อธิบดีกรมพัฒนาเศรษฐกิจ และ ตลาดการเกษตร กระทรวงนโยบายการเกษตรและอาหาร ยูเครน กล่าวว่ายูเครนจะเพิ่มสัดส่วนพื้นที่การเพาะปลูกข้าวโพดและถั่วเหลืองในการปลูกพืชแบบหมุนเวียน

สภาพอากาศในปัจจุบันอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูหนาว ก่อนหน้านี้ยูเครนมีพื้นที่การปลูกข้าวโพด 3.6 ล้าน ha แต่ด้วยสภาพอากาศเช่นนี้ จึงจะเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเป็น 4 – 5 ล้าน ha

นาย Vladimir Klimenko ! ประธานสมาคมธัญพืชยูเครน กล่าวว่า ข้าวโพดอาจกลายเป็นพืชที่มีความสำคัญมากในยูเครน เนื่องจากข้าวโพดเป็นพืชที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมการผลิตวัว ปศุสัตว์
และไบโอดีเซล นอกจากนี้ เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง จึงต้องปลูกพืชหนึ่งในสามของพืชฤดูหนาวใหม่อีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าเกษตรกรจะปลูกพืชใหม่อีกครั้งด้วยข้าวโพดและถั่วเหลืองเป็นส่วนใหญ่



ที่มา : The Crop Site (13/12/54)

01 December 2011

FAO เตือน โลกอาจเผชิญปัญหาความมั่นคงทางอาหารในปี 2593

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 องค์การเกษตรและอาหารแห่งสหประชาติ (FAO) แจ้งเตือนว่าจำนวนประชากรที่พุ่งสูงขึ้น ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ดินเสื่อมสภาพและการขาดแคลนทรัพยากรน้ำเป็นปัจจัยที่อาจกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์ในปี 2593

ภายในปี 2593 โลกอาจจะต้องเพิ่มการผลิตธัญพืชให้ได้ 1 พันล้านตันและสินค้าปศุสัตว์เพิ่มอีก 200 ล้านตันต่อปี เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชากรโลกซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 9 พันล้านคน ซึ่งในปัจจุบัน มีประชากรราว 7 พันล้านคน ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา การทำการเกษตรแบบเข้มข้! น (Intensive Farming) ช่วยทำให้ประชากรนับล้านมีอาหารบริโภค แต่วิธีการดังกล่าวจะทำให้ดินและน้ำเสื่อมสภาพ และอาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้ในปี 2593

รายงาน FAO ระบุว่า ที่ดิน 25 % ในโลกเสื่อมสภาพมาก อีก 8 % เสื่อมสภาพปานกลาง 36 % คงที่หรือเสื่อมสภาพเล็กน้อย ส่วนอีก 10 % มีสภาพดีขึ้น ส่วนปัญหาขาดแคลนน้ำเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากน้ำบาดาลเค็มและมีมลพิษ ประกอบกับแหล่งน้ำเสื่อมสภาพ และระบบนิเวศน์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำเสื่อมสภาพ

ปัจจุบัน ประชากรเกือบ 1 พันล้านคนประสบปัญหาทุพโภชนาการ โดยเป็นประชากรในเอเชีย 578 ล้านคนและ 239 ล้านคนในกลุ่มประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา ส่วนประเทศที่กำลังพัฒนา แม้ว่าผลผลิตทางการเกษตรจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปี 2593 แต่ประชากร 1 ใน 20 คน ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะทุพโภชนาการ หรือคิดเป็นจำนวนเท่ากับประชากร 370 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประชากรในแอ! ฟริกาและเอเชีย

&nbs! p; FAO ระบุว่าการเกษตรจะต้องเติบโตเร็วกว่าการเติบโตของประชากรเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและต้องปรับปรุงการเกษตรแบบเข้มข้นอย่างยั่งยืนซึ่งใช้ทรัพยากรดินและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำให้เสื่อมสภาพ การทำเกษตรเชิงอนุรักษ์ วนเกษตร การเกษตรแบบผสมผสานพืชและปศุสัตว์ การเกษตรแบบผสมผสานการชลประทานและการเลี้ยงสัตว์น้ำสามารถเพิ่มการผลิตอาหารแต่ในขณะเดียวกันก็สามารถลดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ได้

นอกจากนี้ FAO ระบุว่าเกษตรกรยังใช้ระบบชลประทานส่วนใหญ่ทั่วโลกได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นจงควรปรับปรุงด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่


ที่มา : Reuters (1/12/54)