กฎระเบียบด้านห่วงโซ่อาหารของสหภาพศุลกากร (Custom Union) รัสเซีย-คาซัคสถาน-เบลารุส จำนวน 6 ฉบับ จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2556 โดยสามารถศึกษากฎระเบียบต่างๆ ตามที่อยู่ดังนี้
ต้นฉบับภาษาอังกฤษ Decision No 880 กฎระเบียบทางเทคนิคด้านความปลอดภัยอาหารhttp://ec.europa.eu/food/international/trade/docs/sps_880_en.pdf Decision No 881 กฎระเบียบทางเทคนิคสำหรับการติดฉลากอาหาร
http://ec.europa.eu/food/international/trade/docs/sps_881_en.pdf
Decision No 882 กฎระเบียบทางเทคนิคสำหรับผลิตภัณฑ์น้ำผักและผลไม้http://ec.europa.eu/food/international/trade/docs/sps_882_en.pdf Decision No 883 กฎระเบียบทางเทคนิคสำหรับผลิตภัณฑ์น้ำมันและไขมันhttp://ec.europa.eu/food/international/trade/docs/sps_883_en.pdf ต้น ฉบับภาษารัสเซีย Decision No 874 กฎระเบียบทางเทคนิคด้านความปลอดภัยของสินค้าพืชไร่และธัญพืช http://ec.europa.eu/food/international/trade/docs/decision_874_ru.pdf Decision No 34 ของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแห่งยูเรเซีย เกี่ยวกับกฎระเบียบทางเทคนิคด้านความปลอดภัยของอาหารที่มีใช้เฉพาะทาง และการบำบัดด้านโภชนาการ http://ec.europa.eu/food/international/trade/docs/decision_34_ru.pdf
ที่มา : มกอช. (30ต.ค.55)
|
30 October 2012
กฎระเบียบด้านห่วงโซ่อาหารของสหภาพศุลกากรรัสเซีย-คาซัคสถาน-เบลารุส เตรียมมีผลบังคับใช้ 1 กรกฎาคม 2556
อังกฤษไฟเขียวติดฉลาก
สหราชอาณาจักรเตรียมใช้การติดฉลากสัญญาณไฟ "แดง-เหลือง-เขียว" เพื่อแสดงส่วนประกอบไขมัน ไขมันอิ่มตัว เกลือ น้ำตาล และแคลอรีในผลิตภัณฑ์อาหาร อย่างเป็นทางการในฤดูร้อนปีหน้า (มิถุนายน-สิงหาคม 2556) โดยได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ระบบดังกล่าวจากทั้งกลุ่มวิจัยผู้บริโภคและประชาชน เช่น บริษัทวิจัย Canadean ที่คาดว่าจะมีเพียง 32% ของผู้บริโภคที่ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าจากข้อมูลที่แสดงบนฉลากในรูปแบบดังกล่าวนอกจากนี้ ผู้บริโภคในสหราชอาณาจักรมองว่า การติดฉลากสัญญาณไฟทำให้เกิดความสับสน ในขณะเดียวกัน คณะกรรมการด้านอาหารและร้านขายของชำแห่งออสเตรเลียได้วิจารณ์การติดฉลากดังกล่าวว่าระบบนี้ไม่ได้ให้ข้อมูลทางโภชนาการที่เพียงพอสำหรับผู้บริโภค
ที่มา : AusFoodNews (30ต.ค.55)
|
25 October 2012
ออสซี่เตือนอัลมอนด์ปนเปื้อนเชื้อซัลโมเนลลา
หน่วยงานมาตรฐานอาหารออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (FSANZ) ได้ออกประกาศเตือนผู้บริโภคสำหรับผลิตภัณฑ์อัลมอนด์ดิบที่ตรวจพบว่ามีการปนเปื้อนเชื้อ Salmonella gastroenteritis ที่ก่อให้เกิดภาวะอาหารเป็นพิษ โดยพบในผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในถุงซิปล็อคขนาด 500 กรัม และ 1 กิโลกรัม ยี่ห้อ Woolworths Almod Kernels ที่ติดฉลากวันหมดอายุ 05/02/13; 06/04/13; 07/04/13 และ 12/04/13 และ Flannerys Own Almonds ที่หมดอายุระหว่างวันที่ 02/07/13 ถึง 05/10/13
การปนเป! ื้อนเชื้อ Salmonella ในผลิตภัณฑ์อัลมอนด์ดิบดังกล่าว เป็นสาเหตุให้มีผู้ป่วยจำนวน 27 ราย ในพื้นที่ 6 รัฐ โดยผู้ป่วยจะมีอาการท้องร่วง เป็นไข้ และเป็นตะคริวบริเวณช่องท้องภายในเวลา 12-72 ชั่วโมง หลังจากบริโภค ทั้งนี้ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจเป็นอันตรายร้ายแรงหากติดเชื้อดังกล่าว ทั้งนี้ อัลมอนด์อบและอัลมอนด์ที่ผ่านการแปรรูป หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ ที่มีส่วนผสมของอัลมอนด์ จะไม่ได้รับผลกระทบจากการเรียกคืน
ที่มา : FSANZ (25ต.ค.55)
|
สหรัฐฯ ลุยสอบ: เครื่องดื่มชูกำลังทำวัยรุ่นมะกันดับ
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (USFDA) เตรียมสืบสวนการเสียชีวิตของเด็กหญิงวัย 14 ปี จากรัฐแมริแลนด์ หลังเสียชีวิตด้วยภาวะคาเฟอีนเป็นพิษจากการบริโภคเครื่องดื่มชูกำลัง 2 กระป๋อง ในเวลา 24 ชั่วโมง โดยครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ฟ้องร้องบริษัทผู้ผลิตฐานไม่เตือนถึงอันตรายของผลิตภัณฑ์
นอกจากนี้ USFDA ยังพบว่าเครื่องดื่มชูกำลังดังกล่าว อาจมีความเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว 5 ราย ตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งทำให้เกิดการเรียกร้องให้บังคับการระบุอันตรายบนฉลาก หรือการกำหนดอายุผู้ซื้! อ ไปจนถึงการตรวจสอบปฏิกิริยาของส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ และผลกระทบจากคาเฟอีนต่อเด็กและวัยรุ่น
ที่มา : ไทยโพสต์ (25ต.ค.55)
|
เอทานอล: พลังงานใหม่อินโด-ความหวังส่งออกไทย
|
จากการที่กระทรวงพลังงานและแร่ธาตุของอินโดนีเซีย ได้ออกนโยบายการพัฒนาการผลิตเอทานอลเมื่อปี 2551 โดยตั้งข้อกำหนดส่วนผสมขั้นต่ำของน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคขนส่ง ให้ใช้ไบโอเอทานอลเป็นส่วนประกอบ 3% และสำหรับภาคอื่นๆ 5% แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องจากต้นทุนการผลิตไบโอเอทานอลสูง ขาดมาตรการสนับสนุนจากรัฐบาล และยังมีการอุดหนุนเชื้อเพลิงปิโตรเลียมในสัดส่วนที่สูง นั้น
ล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคม 2555 รัฐบาลอินโดนีเซียได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือโครงการผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาลกับองค์กรของญี่ปุ่น รวมทั้งมีการก่อ! สร้างโรงกลั่นเอทานอลจากกากน้ำตาล มีกำลังการผลิต 100,000 ลิตรต่อวัน กำหนดแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 และจะผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในเดือนมีนาคม 2556 เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออก อย่างไรก็ตาม การผลิตไบโอเอทานอลของอินโดนีเซียยังคงต้องพัฒนาการจัดการใช้ประโยชน์ และต้องเตรียมเผชิญปัญหาราคารับซื้อจากภาครัฐ เพื่อให้คุ้มต้นทุนการผลิตและสามารถแข่งขันกับพลังงานประเภทอื่นโดยเฉพาะเชื้อเพลิงปิโตรเลียมที่มีต้นทุนต่ำกว่าและได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาล ในจุดนี้อาจเป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะพิจารณาการขายเอทานอลส่วนเกินไปสู่ตลาดอินโดนีเซีย รวมทั้งสนับสนุนให้อินโดนีเซียบรรลุเป้าหมายพลังงานทดแทนได้ในอนาคต
ที่มา : สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา (25ต.ค.55)
|
19 October 2012
สหภาพยุโรปร่างระเบียบจำกัดพื้นที่ปลูกพืชพลังงาน
คณะกรรมาธิการยุโรปได้ร่างระเบียบเกี่ยวกับการปลูกพืชพลังงาน โดยเตรียมจำกัดพื้นที่เพาะปลูกพืชพลังงานในปัจจุบัน เพื่อเปิดทางให้วัตถุดิบเชื้อเพลิงทางเลือกใหม่ที่ไม่ได้ผลิตจากพืชอาหาร ได้มีโอกาสเติบโตในอุตสาหกรรม และลดผลกระทบต่อการผลิตเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร ล่าสุดผลการศึกษาพบว่า การเพาะปลูกพืชพลังงานโดยใช้พื้นที่สำหรับเพาะปลูกพืชอาหารเดิมนั้น ทำให้ต้องย้ายพื้นที่สำหรับเพาะปลูกพืชอาหารไปยังพื้นที่ใหม่ และอาจทำลายสภาพแวดล้อมไปจนถึงส่งผลกระทบต่อภาวะเรือนกระจกซึ่งไม่แตกต่างกันกับการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
ทั้ง! นี้ สหภาพยุโรปได้ตั้งเป้าหมายใช้พลังงานทดแทนเชื้อเพลงฟอสซิลในยานพาหนะให้ถึง 10% ในปี 2563
ที่มา : EuroAlert (19 ต.ค.55)
16 October 2012
เกษตรกรหวังผลชะลอโครงการจำนำมันสำปะหลัง 2555/2556
โครงการรับจำนำมันสำปะหลังปี 2555/2556 ที่ 2.50 บาท/กิโลกรัม ที่เตรียมประกาศในเดือนพฤศจิกายน 2555 ยังเป็นประเด็นเรียกร้องจากกลุ่มเกษตรกร เนื่องจากราคาซื้อขายในตลาดปัจจุบันอยู่ที่ 2.80 บาท/กิโลกรัม และก่อนหน้านี้ในโครงการรับจำนำปี 2554/2555 ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2555 มีการรับจำนำหัวมันสดที่ปริมาณแป้ง 25% ที่กิโลกรัมละ 2.75 บาท และปรับเพิ่มขึ้นเดือนละ 0.05 บาท จนถึงเดือนพฤษภาคม 2555 ทำให้กลุ่มเกษตรกรเรียกร้องราคาจำนำที่ 3 บาท/กิโลกรัม ด้วยสาเหตุต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น หรือให้ยกเลิกโครงการดังกล่าว
&n! bsp; ทั้งนี้ กลุ่มผู้ผลิตเอทานอลให้ความเห็นว่า หากราคาจำนำมันสำปะหลังสดสูงกว่าราคาส่งออกมันเส้น จะส่งผลทำให้เกิดปัญหาการล้นเข้าสู่โกดัง และไม่สามารถผลิตหรือแปรรูปต่อได้อย่างคุ้มทุน โดยปัจจุบันเอทานอลมีราคาจำหน่ายที่ 19-20 บาท/ลิตร จะมีกำไรในการผลิตในกรณีหัวมันสดมีราคาประมาณ 2 บาท/กิโลกรัม และยังสามารถใช้ข้าวโพดเป็นวัตถุดิบทดแทนได้
ที่มา : เดลินิวส์/ประชาชาติธุรกิจ (16 ต.ค.55)
15 October 2012
อินโดอาจระงับนำเข้าข้าวไทยเหตุสารหนูปนเปื้อน
ผู้บริโภคในอินโดนีเซียเรียกร้องให้ทางการตรวจสอบข้าวที่นำเข้าจากไทย หลังสหรัฐฯ ตรวจพบสารหนูอนินทรีย์ในข้าวหอมมะลิไทย จากการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (USFDA) ทำการตรวจสอบตัวอย่างข้าวจำนวน 200 กล่อง จากผลิตภัณฑ์ข้าวที่เป็นที่นิยม 60 ชนิดในเขตนิวยอร์ก และตรวจพบสารหนูปนเปื้อนจำนวน 32 กล่อง ซึ่งข้าวหอมมะลิไทยก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างดังกล่าว ทำให้สหรัฐฯ วางแผนเก็บตัวอย่าง 1,200 ตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์ปริมาณปนเปื้อนสารหนูอนินทรีย์ และ Bulog ซึ่งเป็นผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ของอินโดนีเซีย อาจระงับการนำเข้าข้าวจากไทย และเตรียมตรวจสอบข้าวที่นำเข้ามาแล้วจากไทย เวียดนาม และอินเดีย เพื่อหาปริมาณสารหนูอนินทรีย์ตก! ค้างด้วย
ปัจจุบันอินโดนีเซียมีจำนวนประชากรกว่า 200 ล้านคน และเป็นผู้บริโภคข้าวรายใหญ่ในเอเชีย ได้นำเข้าข้าวกว่า 1.8 ล้านตัน ระหว่างช่วงเดือนสิงหาคม 2554 ถึงกุมภาพันธ์ 2555 โดยเป็นข้าวจากไทยถึง 4.5 แสนตัน
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ/JakartaGlobe
(15 ต.ค.55) |
11 October 2012
อินโดเลื่อนบังคับระเบียบพืชสวนไป 1 เดือน
ตามระเบียบพืชสวนของอินโดนีเซียฉบับใหม่ ซึ่งกำหนดให้ผู้นำเข้าผลไม้ยื่นขอ RIPH จากกระทรวงเกษตรของอินโดนีเซีย ก่อนนำไปยื่นขอ Import License จากกระทรวงพาณิชย์ของอินโดนีเซียเพื่อใช้ประกอบการนำเข้า เดิมจะมีผลบังคับใช้เมื่อ 28 กันยายน 2555 ล่าสุดได้มีการเลื่อนบังคับใช้ไป 1 เดือน คือ จนถึง 28 ตุลาคม 2555 เนื่องจากผู้นำเข้าอินโดนีเซียยังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในเรื่องนี้
ขณะนี้ผู้ส่งออกไทยยังสามารถส่งออกผลไม้ได้ตามปกติ โดยลำไย และทุเรียน สามารถเข้าได้ทุกท่า (ทุกด่านนำเข้าทางเรือ) และผลไม้อื่นๆ เข้าได้ 4 ท่า
ที่มา : มกอช. (11 ต.ค.55)
คาดการณ์ผลผลิตอ้อย-น้ำตาลไทยลดลง เหตุสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย
คาดการณ์ปริมาณผลผลิตน้ำตาลของไทยระหว่างปี 2554-2555 ถูกปรับลดลงเหลือเพียง 10.2 ล้านเมตริกตัน และสำหรับปี 2555-2556 คาดว่าจะมีแนวโน้มลดลงเหลือเพียง 9.9 ล้านเมตริกตัน เนื่องจากผลกระทบจากสภาวะอากาศที่ไม่เหมาะสม ส่วนปริมาณผลผลิตอ้อยระหว่างปี 2554-2555 จะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 98.4 ล้านเมตริกตัน และมีแนวโน้มที่ลดลงเหลือ 95-96 ล้านเมตริกตัน สำหรับปี 2555-2556 เนื่องจากสภาวะอากาศที่ไม่เหมาะสมในช่วงกลางฤดูการเพาะปลูก แม้คาดการณ์ปริมาณผลผลิตอ้อยจะลดลง อัตราการสกัดน้ำตาลจากผลผลิตอ้อยในปีนี้อาจจะสูงถึง 104.5 กิโลกรัมน้ำตาล/ตันอ้อย เนื่องจากปรีมาณน้ำฝนปกติในระยะที่พร้อม! จะเก็บเกี่ยว
ผลผลิตอ้อยในแต่ละปีประมาณ 0.4 ล้านเมตริกตันถูกนำมาใช้ในการผลิตเอทานอล ทั้งนี้ การใช้อ้อยในการผลิตเอทานอลจะยังคงอยู่ในระดับต่ำเนื่องจากราคาน้ำตาลยังคงอยู่ในระดับที่น่าสนใจมากกว่าราคาเอทานอล ปัจจุบันมีโรงงานที่สามารถผลิตเอทานอลจากอ้อยเพียงโรงงานเดียวในประเทศไทย
ที่มา : TheCropSite (11 ต.ค.55)
09 October 2012
นิวซีแลนด์ผลิตโคตัดต่อพันธุกรรมเพื่อผลิตนมลดก่อภูมิแพ้
นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยไวกาโต นิวซีแลนด์ ประสบความสำเร็จในการสร้างโคนมที่ตัดต่อพันธุกรรมให้ลดการสร้างโปรตีน "เบต้า-แลคโตโกลบูลิน" ที่พบว่าทำให้เกิดอาการแพ้นมในเด็กทารก ซึ่งพบประมาณ 2-3% ในประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยนมที่ได้จากโคดังกล่าวจะมีปริมาณเบต้า-แลคโตโกลบูลินไม่เกิน 2% ของนมจากแม่โคปกติ
โคที่ตัดต่อพันธุกรรมดังกล่าวพบว่ามีลักษณะแตกต่างจากปกติ คือ ไม่มีหาง ซึ่งอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสร้างตัวอ่อนโดยวิธีการโคลนเช่นเดียวกับแกะดอลลี และใช้เทคนิค RNAi ในการยับยั้งการผลิตโปรตีนที่มี! ผลต่อยีนที่ควบคุมการสร้างเบต้า-แลคโตโกลบูลิน ซึ่งอาจเป็นเทคนิคที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าจะช่วยในการสร้างภูมิต้านทานต่อจุลชีพหรือการติดเชื้ออื่นๆ ได้ในอนาคต
ที่มา : Independent (9 ต.ค.55
|
ผลวิจัยชี้ อินโดเร่งปลูกปาล์มน้ำมันสร้างมลภาวะทางอากาศ
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและเยล เผยผลการศึกษาผลกระทบจากการปลูกปาล์มน้ำมันในอินโดนีเซียว่า จากความต้องการน้ำมันปาล์มเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารและของขบเคี้ยวที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรเร่งขยายพื้นที่ปลูกจนทำลายพื้นที่ป่าฝนในเกาะบอร์เนียวเป็นวงกว้าง และเกิดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้การปลูกปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องทำการประเมินก่อนต่อใบอนุญาตสัมปทานพื้นที่ปลูกในเขตป่าฝน ซึ่งปัจจุบันเหลือพื้นที่ประมาณ 80% ที่ยังไม่ถู! กใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตร โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมควบคู่ไปกับการสำรวจพื้นที่เพื่อประเมินการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์กรณีพื้นที่ดังกล่าวถูกใช้ในการปลูกปาล์มน้ำมัน ปัจจุบันอินโดนีเซียมีพื้นที่สัมปทานปลูกปาล์มน้ำมันกว่า 120,000 ตารางกิโลเมตร โดยในบางสัมปทานมีพื้นที่กว่า 100 ตารางกิโลเมตร ซึ่งหากพื้นที่ทั้งหมดถูกนำไปใช้ประโยชน์ จะมีการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศถึง 558 ล้านตัน
ที่มา : FoodNavigator (9 ต.ค.55)
|
02 October 2012
สหภาพยุโรปยอมรับร่างระเบียบเงินอุดหนุนภาคเกษตร
คณะกรรมาธิการยุโรปได้พิจารณายอมรับร่างระเบียบเงินกองทุนอุดหนุนภาคเกษตรของสหภาพยุโรปที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลการรับผลประโยชน์จากกองทุนฯ ซึ่งปรับปรุงแก้ไขเฉพาะเนื้อหาบางส่วนใน Commission Regulation (EC) 259/2008 ที่ศาลประชาคมยุโรปได้ประกาศเป็นโมฆะเมื่อปี 2553
เนื้อหาร่างระเบียบที่ผ่านการพิจารณาดังกล่าวได้ปรับปรุงด้านความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลของผู้รับการสนับสนุน เช่น รูปแบบความช่วยเหลือและลักษณะการจัดสรรผลประโยชน์ อย่างไรก็ตามจะไม่เปิดเผยรายชื่อผู้ที่ได้รับการสนับสนุนในปริมาณน้อย อนึ่ง ร่างระเบียบดังกล่าว มีผู้เห็นด้วยถึง 62% และไม่เห็นด้วยเพียง 21% จากการสำรวจความคิดเห็นสาธารณชนเมื่อปี 2554
ที่มา : ThePoultrySite (2 ก.ย.55)
|
Subscribe to:
Comments (Atom)