26 March 2012
พบสารหนูเป็นจำนวนมากในซีเรียลบาร์
จากผลการศึกษาล่าสุดของนักวิจัยมหาวิทยาลัย Dartmouth College พบสารหนูปริมาณสูงในนมผงดัดแปลงสำหรับทารกและซีเรียลบาร์ที่มีน้ำเชื่อมข้าวออร์แกนิกสีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบสารหนูที่พบในผลิตภัณฑ์อาหารได้รับการระบุว่าเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ และการศึกษาบางส่วนได้แสดงให้เห็นว่ามันอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ปอด และลำไส้ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Environmental Health Perspectives วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 พบว่าซีเรียลบาร์ที่มีส่วนประกอบของน้ำเชื่อมหรือข้าว ที่นำมาทดสอบจำนวน 29 อัน มีระดับสารหนูสูงกว่าปริมาณที่อนุญาต 2 ถึง 12 เท่า ขณะนี้สหรัฐฯ ยังไม่มีกฎระเบียบที่ใช้สำหรับสา! รหนูในอาหาร
แต่นักวิจัยกล่าวว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนในการออกระเบียบข้อจำกัด เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมากฎหมายถูกนำเสนอต่อสภาคองเกรส เพื่อกำหนดปริมาณที่อนุญาตของสารหนูและตะกั่วในน้ำผลไม้
ที่มา : FoodBusinessNews.net (26/03/55)
คณะมนตรีสิ่งแวดล้อมสหภาพยุโรปไม่เห็นชอบพืชตัดแต่งพันธุกรรม
คณะมนตรีสหภาพยุโรปมีการประชุมหารือกันที่กรุงบรัสเซลส์เพื่อพิจารณาข้อเสนอประนีประนอมของเดนมาร์กในการอนุมัติการเพาะปลูกพืชดัดแปลงพันธุกรรม(GM)แต่ที่ประชุมไม่เห็นชอบข้อเสนอที่เสนอให้แต่ละประเทศมีสิทธิตัดสินใจที่จะปลูกหรือห้ามปลูกพืช GM
รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมเดนมาร์ก นาย Ida Auken กล่าวหลังการประชุมว่า มีบางประเทศที่บอกว่ายังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม เพราะยุโรปยังไม่พร้อม ข้อเสนอของเดนมาร์กเสนอขออนุมัติให้บริษัทที่จะปลูกพืช GM
จะไม่ขายสินค้าในประเทศที่ไม่อนุญาตให้ปลูกพืช GM แต่จะขายให้กับประเทศที่อนุญาตเท่านั้น เรื่องนี้ไม่ผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมเนื่องจากกฎระเบียบที่ต้องการความสอดคล้องกันของกฎหมายระหว่างประเทศสมาชิก
สิบประเทศสมาชิก รวมทั้ง อังกฤษ เยอรมนี สเปน และฝรั่งเศสปฏิเสธการสนับสนุนข้อเสนอประนีประนอมของเดนมาร์ก เหตุผลหลักของการคัดค้าน คือ
* การขาดความชัดเจนของกฎหมายสำหรับประเทศสมาชิกที่ประสงค์ห้ามการปลูกพืช GM
&! nbsp; * ข้ออเสนอดังกล่าวจะทำลายตลาดภายในสหภาพยุโรป
* ความล้มเหลวในการจัดการกับขั้นตอนกระบวนการและประเด็นทางกฎหมายที่เสนอโดยสภาสิ่งแวดล้อมในปี 2551 ซึ่งรวมถึง เกณฑ์การปนเปื้อนของ GM ในเมล็ดพันธุ์
ที่มา : All About Feed (26/03/55)
08 March 2012
การศึกษาพบว่าน้ำอัดลมมีส่วนประกอบของสารก่อให้เกิดมะเร็งในสัตว์
ผลการวิจัยล่าสุดพบว่าเครื่องดื่มน้ำอัดลมชั้นนำโคล่ามีสารประกอบที่ก่อให้เกิดมะเร็งในสัตว์เป็นปริมาณสูง จากการศึกษาที่สนับสนุนโดยศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อประโยชน์สาธารณะ (Center for Science in the Public Interest - CSPI) พบสารประกอบ 4-methylimidazole หรือ 4-MI ใน โค๊ก ไดเอดโค๊ก แป็บซี่ และ ไดเอดแป็บซี่ ในปริมาณสูงกว่าที่กำหนดในรัฐแคลิฟอเนียถึง 4.8 เท่า 4-MI เป็นผลพลอยได้จากปฏิกิริยาในการผลิตสีน้ำตาลไหม้ (caramel coloring) ของเครื่องดื่มน้ำอัดลม ซึ่งสารเคมีดังกล่าวจากการศึกษาในสัตว์ เป็นสารก่อให้เกิดมะเร็ง
&nbs! p; 4-MI ถูกห้ามใช้เด็ดขาดในรัฐแคลิฟอเนีย จากสาเหตุการก่อให้เกิดมะเร็งในอัตราส่วน 1:100,000 คน แต่จำนวนที่พบในเครื่องดื่มน้ำอัดลมโคล่า 4 แบรนด์ชั้นนำ เป็นอัตราส่วน 5:100,000 คน ซึ่งหมายถึง การดื่มน้ำอัดลมวันละครั้ง และอัตราความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเป็น 10:100,000 คน สำหรับผู้ที่ดื่มเฉพาะเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่ผสมสีน้ำตาลไหม้ (caramel coloring) ในส่วนขององค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้กำหนดปริมาณการปนเปื้อนในสารปรุงแต่งอาหารที่เข้มงวดมากขึ้นที่ 1:1,000,000 คน ซึ่งจากการศึกษา จะพบที่อัตราส่วน 48:1,000,000 คน
บริษัทเครื่องดื่มน้ำอัดลมได้ตอบโต้ผลการศึกษาโดยอ้างอิงหน่วยงานความปลอดภัยอาหารยุโรป (EFSA), กระทรวงสุขภาพแคนาดา (Health Canada) และ FDA สหรัฐอเมริกา ที่รับรองความปลอดภัยการใช้สีผสมน้ำตาลไหม้ (caramel coloring) ในอาหารและเครื่องดื่ม สมาคมเครื่องดื่มสหรัฐอเมริกากล่าวว่า ไม่มี! หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แสดงว่า 4-MEI ในอาหารหรือเครื่องดื่มเป! ็นอันตรา ต่อสุขภาพมนุษย์
บริษัทโคคา โคล่า โดยนายเบ็น ชิลด์เลอร์ได้ส่งจดหมายอีเล็กโทรนิกถึง Food Safety News ชี้แจงว่า ระดับ 4-MEI ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของบริษัทไม่เป็นอัตรายต่อสุขภาพ อีกทั้ง นอกจากรัฐแคลิฟอเนีย ไม่มีหน่วยงานสาธารณะสุขอื่นๆ ประกาศว่า 4-MEI เป็นสารก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ นอกจากนั้น โฆษก FDA นายดั๊ก คาราส เห็นว่าผลการศึกษาจะไม่สร้างความกังวลต่อสุขภาพผู้บริโภค โดยกล่าวว่า ผู้บริโภคจะต้องดื่มน้ำอัดลมจำนวน 1,000 กระป๋อง/ วัน ถึงจะได้ระดับความเข้มข้นที่การศึกษาระบุว่าจะทำให้เกิดมะเร็งในหนู
ที่มา : Food safety News (08/03/55)
กฏกระทรวง ๓ ฉบับใหม่ของกระทรวงเกษตรอินโดนีเซีย
ตามที่กระทรวงเกษตรอินโดนีเซีย ได้ออกกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยอาหาร และการควบคุมการนำเข้าผักและผลไม้จำนวน ๓ ฉบับ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรอินโดนีเซียได้ลงนามในประกาศดังกล่าว เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ โดยจะมีผลบังคับใช้ภายหลังจากลงนาม ๙๐ วัน นั้น ในการนี้ หน่วยงาน
Directorate General of Agricultural Quarantine Agency กระทรวงเกษตรอินโดนีเซีย แจ้งการบังคับใช้ของกฏกระทรวงเกษตรอินโดนีเซีย ทั้ง ๓ ฉบับ ดังนี้
๑. ก! ฏกระทรวงฉบับที่ ๘๘/๒๐๑๑ ว่าด้วย Food Safety Control over the Import and Fresh Food of Plant Origin มีผลบังคับใช้ในวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๕ นั้น กระทรวงเกษตรอินโดนีเซียจะผ่อนผันการบังคับใช้ไปอีก ๓๐ วัน จนถึงวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๕
๒. กฏกระทรวงฉบับที่ ๘๙/๒๐๑๑ ว่าด้วย The Technical Requirements and Plant Quarantine Action for the Importation of Fresh Fruit and or Fruit Vegetables into the Territory of the Republic of Indonesia กำหนดจุดนำเข้า (Entry Point) พืช ผัก ผลไม้จากต่างประเทศ ไว้จำนวน ๔ แห่ง และ
๓. กฏกระทรวงฉบับที่ ๙๐/๒๐๑๑ ว่าด้วย The Plant Quarantine Action Requirement for Importing of Live Plant Products in the form of Fresh Bulb Vegetables into the Territory of the Republic of Indonesia กำหนดจุดนำเข้า (Entry Point) พืชชนิดหัวโดยเฉพาะหอมแดง (Shallot) หอมหัวใหญ่ (Onion) และกระเท! ียม (Garlic) ไว้จำนวน ๔ แห่ง โดยจุดนำเข้าทั้ง ๔ แห่ง ได้แก่
&n bsp; - ท่าเทียบเรือ Tanjung Perak เมืองสุราบายา
- ท่าเทียบเรือ Belawan เมืองเมดาน
- ท่าเทียบเรือ Makassar เมือง Makassar และ
- สนามบินซูการ์โน-ฮัตตา กรุงจาการ์ตา
ทั้งนี้ กฏระเบียบฉบับที่ ๘๙/๒๐๑๑ และ ๙๐/๒๐๑๑ ยังคงมีผลบังคับใช้ในวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๕ เช่นเดิม รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.kaerantina.deptan.go.id
ที่มา : มกอช. (08/03/55)
02 March 2012
ศาลสหรัฐชี้สลากเตือนพิษบุหรี่ขัด รธน.
วอชิงตัน – ศาลสหรัฐวินิจฉัยเข้าทางบริษัทยาสูบ ชี้กฎบังคับให้แสดงภาพเตือนภัยพิษบุหรี่บนหน้าซองและในโฆษณาถือว่าละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกภายใต้รัฐธรรมนูญอเมริกัน
บรรดาผู้ผลิตบุหรี่ได้ฟ้องร้ององค์การอาหารและยาสหรัฐ (เอฟดีเอ) ที่ได้ออกข้อบังคับระบุให้บริษัทต่างๆ ต้องแสดงภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ เช่น ภาพปอดที่เป็นมะเร็ง และอื่นๆ เพื่อสื่อถึงพิษภัยของการสูบบุหรี่ ทั้งนี้ ผู้พิพากษาศาลแขวง ริชาร์ด ลีออน กล่าวว่า ป้ายเตือนดังกล่าวซึ่งมีขนาด 50% ของด้านหน้าและด้านหลังของซองบุหรี่ มีขนาดให! ญ่เกินกว่าจะยอมรับได้ และรัฐบาลมีเครื่องมืออื่นๆ ในการป้องปรามการสูบบุหรี่ เช่น การขึ้นภาษี หรือแสดงข้อความบนป้ายแทนการใช้ภาพที่ดูน่ากลัว โดยเมื่อปีที่แล้ว ผู้พิพากษาท่านนี้ได้มีคำสั่งเบื้องต้นให้ระงับการออกข้อบังคับใหม่เกี่ยวกับป้ายเตือนนี้ซึ่งจะมีผลในปี 2555 ซึ่งรัฐบาลของโอบามาได้อุทธรณ์ในดิสทริกต์ ออฟโคลัมเบียแล้ว และรัฐบาลจะอุทธรณ์คำวินิจฉัยล่าสุดนี้ด้วย
สภาคองเกรสได้ผ่านร่างกฎหมายฉบับหนึ่งเมื่อปี 2552 สั่งให้เอฟดีเอออกข้อบังคับการแสดงป้ายคำเตือนดังกล่าว โดยเป็นป้ายที่มีสีสัน มีขนาดครึ่งหนึ่งของซองบุหรี่ทั้งสองด้าน และมีคำเตือนขนาด 20% ของโฆษณาบุหรี่ในสื่อสิ่งพิมพ์ และเอฟดีเอได้ออกป้ายเตือนแบบใหม่ 9 แบบเมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนกันยายน 2555 และนับเป็นการเปลี่ยนรูปแบบของป้ายเตือนครั้งแรกในรอบ 25 ปี ปัจจุบันซองบุหรี่ในสหรัฐอเมริกาแสดงข้อความเตือนจากกระทรวงสาธารณสุข
&n! bsp; บรรดาบริษัทบุหรี่บอกว่า กี่ปฏิบัติตามข้อบังคับ! นี้จะทำใ ห้พวกตนสูญเสียเงินนับล้านดอลลาร์และว่า ภาพที่ดูน่ากลัวเหล่านั้นไม่ได้สื่อความหมายใดมากไปกว่าที่ข้อความคำเตือนที่ปรากฏอยู่แล้วบนซองบุหรี่และในโฆษณา
ที่มา : ที่มา : ไทยโพสต์ ปีที่ 16 ฉบับที่ 5598
ประจำวันศุกร์ที่ 2 มีนาคม 2555
Subscribe to:
Comments (Atom)