สำนักงานอาหารปลอดภัยแห่งสหภาพยุโรป (EFSA) และศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งสหภาพยุโรป (ECDC) เปิดเผยสถิติการเกิดโรคจากอาหารประจำปี โดยในปี 2552 เกิดการป่วยจากเชื้อ Listeria เพิ่มขึ้น 19% และมีการป่วยด้วยโรคดังกล่าวที่ยืนยันแล้ว 1645 ราย และเสียชีวิต 270 คน ทำให้มีอัตราเสียชีวิตจากโรคดังกล่าว 17%
ขณะที่การป่วยจากโรค Campylobacteriosis ของปี 2552 เพิ่มขึ้น 4% เป็น 190,566 ราย โดยเชื้อ Campylobacter มักพบในเนื้อสัตว์ปีกดิบ และเป็นสาเหตุของอาการท้องเสียและมีไข้ นับเป็นโรคที่มีรายงานว่าแพร่ระบาดจากสัตว์สู่คนมากที่สุด
&n! bsp; อย่างไรก็ดี สถิติการเจ็บป่วยด้วยเชื้อ Samonella ลดลงติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปี โดยในปี 2552 ลดลง 17% และมีผู้ป่วยจากเชื้อดังกล่าวทั้งหมด 108,614 ราย
ที่มา : Food Production Daily
30 March 2011
21 March 2011
USFDA แนะ อย่าเพิ่งกินยาโพแทสเซียมไอโอดีนป้องกันรังสี
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2554 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (USFDA) ออกมาระบุว่าขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรับประทานยาโพแทสเซียมไอโอดีน เนื่องจากเหตุการณ์รั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสีของญี่ปุ่น
อนึ่ง สารโพแทสเซียมไอโอดีนจะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ร่างกายดูดซึมสารไอโอดีน 131 ซึ่งเป็นสารกัมมันตภาพรังสีที่ปล่อยจากนิวเคลียร์
ร้านขายยาในสหรัฐฯ จำหน่ายยาดังกล่าวหมดเกลี้ยงในสัปดาห์นี้ ในขณะที่บางรายกักตุนยาดังกล่าว แม้จะไม่มีกัมมันตภาพรังสีจากเหตุการณ์เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ระเบิดที่ตรวจวัดได้ในสห! รัฐฯ ก็ตาม
USFDA ยังได้กล่าวเตือนว่า โพแทสเซียมไอโอดีนสามารถเป็นอันตรายต่อบางรายที่มีปัญหาต่อมไทรอยด์และอาจทำให้เกิดอาการแพ้ จากการที่ชาวสหรัฐฯ แห่ซื้อยาโพแทสเซียมไอโอดีนทำให้ยาขาดตลาด จึงเตือนผู้บริโภคอย่าสั่งซื้อยาทางอินเตอร์เน็ต เพราะอาจเป็นยาปลอม ซึ่งอาจแอบอ้างว่ารักษาหรือป้องกันรังสีได้ โดยไม่ได้รับการรับรองจาก USFDA ซึ่งอาจเป็นอาหารเสริมหรืออาหารที่ทำจากสาหร่ายทะเลสีน้ำตาลที่มีไอโอดีนเป็นส่วนประกอบ บริษัทที่ได้รับการรับรองจาก USFDA มีเพียง 3 แห่งได้แก่ Anbex, Inc., Fleming & Co. Pharmaceuticals และ Recipharm AB.
ในกรณีที่บางรายใช้วิธีกินเกลือไอโอดีนแทน ทางสถาบันเกลือออกมาเตือนว่าไอโอดีนในเกลือไม่เพียงพอต่อการป้องกันรังสี
ที่มา : Food Safety News
อนึ่ง สารโพแทสเซียมไอโอดีนจะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ร่างกายดูดซึมสารไอโอดีน 131 ซึ่งเป็นสารกัมมันตภาพรังสีที่ปล่อยจากนิวเคลียร์
ร้านขายยาในสหรัฐฯ จำหน่ายยาดังกล่าวหมดเกลี้ยงในสัปดาห์นี้ ในขณะที่บางรายกักตุนยาดังกล่าว แม้จะไม่มีกัมมันตภาพรังสีจากเหตุการณ์เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ระเบิดที่ตรวจวัดได้ในสห! รัฐฯ ก็ตาม
USFDA ยังได้กล่าวเตือนว่า โพแทสเซียมไอโอดีนสามารถเป็นอันตรายต่อบางรายที่มีปัญหาต่อมไทรอยด์และอาจทำให้เกิดอาการแพ้ จากการที่ชาวสหรัฐฯ แห่ซื้อยาโพแทสเซียมไอโอดีนทำให้ยาขาดตลาด จึงเตือนผู้บริโภคอย่าสั่งซื้อยาทางอินเตอร์เน็ต เพราะอาจเป็นยาปลอม ซึ่งอาจแอบอ้างว่ารักษาหรือป้องกันรังสีได้ โดยไม่ได้รับการรับรองจาก USFDA ซึ่งอาจเป็นอาหารเสริมหรืออาหารที่ทำจากสาหร่ายทะเลสีน้ำตาลที่มีไอโอดีนเป็นส่วนประกอบ บริษัทที่ได้รับการรับรองจาก USFDA มีเพียง 3 แห่งได้แก่ Anbex, Inc., Fleming & Co. Pharmaceuticals และ Recipharm AB.
ในกรณีที่บางรายใช้วิธีกินเกลือไอโอดีนแทน ทางสถาบันเกลือออกมาเตือนว่าไอโอดีนในเกลือไม่เพียงพอต่อการป้องกันรังสี
ที่มา : Food Safety News
ญี่ปุ่นพบ ‘ผักโขม-นม-น้ำ’ ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี
รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นประกาศว่าพบสารกัมมันตภาพรังสี iodine -131 และ cesium -137 ปริมาณมากผิดปกติในผักโขมซึ่งปลูกห่างจากกรุงโตเกียวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 70 ไมล์ และพบในฟาร์มโคนมห่างจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Fukushima Daiichi 30 ไมล์ นอกจากนี้ยังพบสาร iodine -131 ในตัวอย่างของน้ำปะปา แต่ไม่เกินค่ามาตรฐาน
ทั้งนี้ มีการตรวพบสาร iodine -131 ในนมมากถึง 5 เท่าของ 300 becquerel/kg ซึ่งเป็นระดับที่สูงเกินกำหนดและยังพบในผักโขมมากถึง 4 เท่า ของ 2,000 becquerel/kg ซึ่งเป็นระดับที่สูงเกินกำหนด อย่างไรก็ตามยังไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจออกมาตรการป้องก! ันไว้ก่อน (precaution) จึงสั่งให้หยุดการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารที่อยู่ในบริเวณโรงไฟฟ้าดังกล่าวแล้ว เช่นจังหวัด Fukushima และ Ibaraki เป็นต้น
สาร iodine -131 สามารถเป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้โดยเฉพาะอย่างหากดูดซึงผ่านทางนมและผลิตภัณฑ์นม เพราะสารดังกล่าวจะสะสมอยู่ในต่อมไทรอยด์และก่อมะเร็ง ในขณะที่สาร cesium -137 จะทำลายเซลล์ในร่างกายและทำให้มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งมากขึ้น
อนึ่ง โดยเฉลี่ยแล้วผู้บริโภคต้องดื่มนมปนเปื้อนเป็นเวลาหนึ่งปีจึงจะได้รับสารกัมมันตภาพรังสีเท่ากับการเอกซ์เรย์ CT Scan หนึ่งครั้ง
ที่มา : The New York Times – Food Safety News
ทั้งนี้ มีการตรวพบสาร iodine -131 ในนมมากถึง 5 เท่าของ 300 becquerel/kg ซึ่งเป็นระดับที่สูงเกินกำหนดและยังพบในผักโขมมากถึง 4 เท่า ของ 2,000 becquerel/kg ซึ่งเป็นระดับที่สูงเกินกำหนด อย่างไรก็ตามยังไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจออกมาตรการป้องก! ันไว้ก่อน (precaution) จึงสั่งให้หยุดการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารที่อยู่ในบริเวณโรงไฟฟ้าดังกล่าวแล้ว เช่นจังหวัด Fukushima และ Ibaraki เป็นต้น
สาร iodine -131 สามารถเป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้โดยเฉพาะอย่างหากดูดซึงผ่านทางนมและผลิตภัณฑ์นม เพราะสารดังกล่าวจะสะสมอยู่ในต่อมไทรอยด์และก่อมะเร็ง ในขณะที่สาร cesium -137 จะทำลายเซลล์ในร่างกายและทำให้มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งมากขึ้น
อนึ่ง โดยเฉลี่ยแล้วผู้บริโภคต้องดื่มนมปนเปื้อนเป็นเวลาหนึ่งปีจึงจะได้รับสารกัมมันตภาพรังสีเท่ากับการเอกซ์เรย์ CT Scan หนึ่งครั้ง
ที่มา : The New York Times – Food Safety News
07 March 2011
ไทยกลัวอ้วนลดข้าวรั้งท้ายอาเซียน
นายกสมาคมฯ ข้าวถุงเผยชี้คนไทยกลัวอ้วนกินข้าวน้อยลง ชี้เหตุพฤติกรรมเปลี่ยนหันซัดอาหารฟาสต์ฟู้ด ส่งผลไทยรั้งท้ายกินข้าวน้อยสุดในอาเซียน ขณะที่พม่านั่งแชมป์อันดับ 1 กินมาก
นายสมเกียรติ มรรคยาธร นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย เปิดเผยว่า สมาคมมีแผนที่จะผลักดันการบริโภคข้าวของคนไทยทั่วประเทศหันมาบริโภคข้าวเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันคนไทยมียอดการบริโภคข้าวโดยเฉลี่ยที่ 100-110 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ทั้งที่ไทยเป็นประเทศผู้ผลิตข้าวมากที่สุดในโลก และเมื่อเทียบในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ยอดการรับประทานข้าวของคนไทยน้อยลงทุกปี โดยในช่วง 10 ปีก่อน คนไทยมียอดรับประทานข้า! วที่ 140 กิโลกรัมต่อคนต่อปี
สำหรับสาเหตุคนไทยบริโภคข้าวน้อยลงมีจากหลายสาเหตุ โดยอาจจะเกิดจากความเชื่อบางส่วนที่เห็นว่ารับประทานข้าวแล้วเกิดโรคอ้วน ทั้งที่ความจริงการรับประทานข้าวครบ 3 มื้อต่อวันมีประโยชน์มาก และข้าวไทยถือว่ามีสารอาหารที่มีประโยชน์สูง ขณะที่ข้าวหอมมะลิและข้าวกล้องยังช่วยป้องกันโรคต่างๆ ทั้งต่อต้านโรคมะเร็งและโรคอัลไซเมอร์ได้
นายสมเกียรติกล่าวว่า สาเหตุอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้คนไทยบริโภคข้าวน้อยลงคือ คนไทยส่วนหนึ่งหันไปบริโภคอาหารฟาสต์ฟู้ดแทนข้าวมากขึ้น โดยแผนการรณรงค์กระตุ้นคนไทยให้หันมาทานข้าวมากขึ้น จะร่วมกับมูลนิธิข้าวไทยจัดโครงการรณรงค์คนไทยบริโภคข้าวมากขึ้น
ส่วนตัวเลขการบริโภคข้าวโดยเฉลี่ยของประชาชนในอาเซียนอยู่ที่ 200 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ทั้งประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และกัมพูชา โดยประเทศที่มียอดการบริโภคข้าวมากที่สุดจะเป็นพม่า มียอด! การบริโภคข้าวอยู่ที่ 220 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ขณะที่สิงคโปร์และบ! รูไนไม่ม ีการบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก จึงไม่ถูกนำมารวมในกลุ่มประเทศที่มีการบริโภคข้าวเป็นอาหาร
ที่มา : ไทยโพสต์
นายสมเกียรติ มรรคยาธร นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย เปิดเผยว่า สมาคมมีแผนที่จะผลักดันการบริโภคข้าวของคนไทยทั่วประเทศหันมาบริโภคข้าวเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันคนไทยมียอดการบริโภคข้าวโดยเฉลี่ยที่ 100-110 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ทั้งที่ไทยเป็นประเทศผู้ผลิตข้าวมากที่สุดในโลก และเมื่อเทียบในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ยอดการรับประทานข้าวของคนไทยน้อยลงทุกปี โดยในช่วง 10 ปีก่อน คนไทยมียอดรับประทานข้า! วที่ 140 กิโลกรัมต่อคนต่อปี
สำหรับสาเหตุคนไทยบริโภคข้าวน้อยลงมีจากหลายสาเหตุ โดยอาจจะเกิดจากความเชื่อบางส่วนที่เห็นว่ารับประทานข้าวแล้วเกิดโรคอ้วน ทั้งที่ความจริงการรับประทานข้าวครบ 3 มื้อต่อวันมีประโยชน์มาก และข้าวไทยถือว่ามีสารอาหารที่มีประโยชน์สูง ขณะที่ข้าวหอมมะลิและข้าวกล้องยังช่วยป้องกันโรคต่างๆ ทั้งต่อต้านโรคมะเร็งและโรคอัลไซเมอร์ได้
นายสมเกียรติกล่าวว่า สาเหตุอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้คนไทยบริโภคข้าวน้อยลงคือ คนไทยส่วนหนึ่งหันไปบริโภคอาหารฟาสต์ฟู้ดแทนข้าวมากขึ้น โดยแผนการรณรงค์กระตุ้นคนไทยให้หันมาทานข้าวมากขึ้น จะร่วมกับมูลนิธิข้าวไทยจัดโครงการรณรงค์คนไทยบริโภคข้าวมากขึ้น
ส่วนตัวเลขการบริโภคข้าวโดยเฉลี่ยของประชาชนในอาเซียนอยู่ที่ 200 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ทั้งประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และกัมพูชา โดยประเทศที่มียอดการบริโภคข้าวมากที่สุดจะเป็นพม่า มียอด! การบริโภคข้าวอยู่ที่ 220 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ขณะที่สิงคโปร์และบ! รูไนไม่ม ีการบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก จึงไม่ถูกนำมารวมในกลุ่มประเทศที่มีการบริโภคข้าวเป็นอาหาร
ที่มา : ไทยโพสต์
06 March 2011
คนที่ใช่ ก-ฮ เป็นให้เราได้ทุกอย่าง
ก - เ ก็ บ เ ร า ไ ว้ ใ น ใ จ
ข - เ ข้ า ใ จ เ ร า
ค - ค อ ย เ ป็ น กำ ลั ง ใ จ ใ ห้ เ ร า
ง - ง้ อ เ ร า เ มื่ อ รู้ ตั ว ว่ า เ ข า ผิ ด
จ - จั บ มื อ เ ร า เ มื่ อ ต้ อ ง ก า ร กำ ลั ง ใ จ
ฉ - เ ฉ ย กั บ ค ว า ม ใ จ ร้ อ น ข อ ง เ ร า
ช - ช่ ว ย เ ห ลื อ เ ร า
ซ - ซื่ อ สั ต ย์ กั บ เ ร า ญ า ติ ดี กั บ เ ร า เ ส ม อ
ด - เ ดิ น เ คี ย ง ข้ า ง เ ร า
ต - ติ ด ต า ม ข่ า ว ค ร า ว ค ว า ม เ ป็ น ไ ป ข อ ง เ ร า
ถ - ไ ถ่ ถ า ม ทุ ก ข์ สุ ข
ท - ทำ ใ ห้ ชี วิ ต ข อ ง เ ร า เ ป ลี่ ย น ไ ป
ธ - ธั ม ม ะ ธั ม โ ม กั บ เ ร า
น - นั บ ถื อ เ ร า แ ล ะ น่ า รั ก ใ น ส า ย ต า ข อ ง เ ร า
บ - บ อ ก ค ว า ม จ ริ ง แ ก่ เ ร า
ป - ป ล อ บ ใ จ เ มื่ อ เ ร า ท้ อ
ผ - ผ า ย มื อ ต้ อ น รั บ เ ร า เ ส ม อ
ฝ - ฝ า ก ค ว า ม จ ริ ง ใ จ ไ ว้ กั บ เ ร า
พ - เ พิ่ ม พ ลั ง ใ ห้ แ ก่ เ ร า
ฟ - ฟั ง เ ร า เ ส ม อ
ภ - ภู มิ ใ จ ใ น ตั ว เ ร า
ม - ม อ บ สิ่ ง ดี ดี แ ก่ เ ร า
ย - ย ก โ ท ษ ใ ห้ กั บ ข้ อ ผิ ด พ ล า ด ข อ ง เ ร า
ร - รั ก ที่ เ ร า เ ป็ น เ ร า
ล - ล ะ เ อี ย ด อ่ อ น กั บ ค ว า ม รู้ สึ ก ข อ ง เ ร า
ว - ไ ว้ ใ จ เ ร า
ศ - ศึ ก ษ า นิ สั ย ที่ แ ท้ จ ริ ง ข อ ง เ ร า
ส - สั ง เ ก ต ค ว า ม เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ใ น ตั ว เ ร า
ห - เ ห็ น คุ ณ ค่ า ข อ ง เ ร า
อ - อ ธิ บ า ย ใ น สิ่ ง ที่ เ ร า ไ ม่ เ ข้ า ใ จ
ฮ - เ ฮ ฮ า กั บ เ ร า ไ ด้ ทุ ก เ ว ล า ...*
ข - เ ข้ า ใ จ เ ร า
ค - ค อ ย เ ป็ น กำ ลั ง ใ จ ใ ห้ เ ร า
ง - ง้ อ เ ร า เ มื่ อ รู้ ตั ว ว่ า เ ข า ผิ ด
จ - จั บ มื อ เ ร า เ มื่ อ ต้ อ ง ก า ร กำ ลั ง ใ จ
ฉ - เ ฉ ย กั บ ค ว า ม ใ จ ร้ อ น ข อ ง เ ร า
ช - ช่ ว ย เ ห ลื อ เ ร า
ซ - ซื่ อ สั ต ย์ กั บ เ ร า ญ า ติ ดี กั บ เ ร า เ ส ม อ
ด - เ ดิ น เ คี ย ง ข้ า ง เ ร า
ต - ติ ด ต า ม ข่ า ว ค ร า ว ค ว า ม เ ป็ น ไ ป ข อ ง เ ร า
ถ - ไ ถ่ ถ า ม ทุ ก ข์ สุ ข
ท - ทำ ใ ห้ ชี วิ ต ข อ ง เ ร า เ ป ลี่ ย น ไ ป
ธ - ธั ม ม ะ ธั ม โ ม กั บ เ ร า
น - นั บ ถื อ เ ร า แ ล ะ น่ า รั ก ใ น ส า ย ต า ข อ ง เ ร า
บ - บ อ ก ค ว า ม จ ริ ง แ ก่ เ ร า
ป - ป ล อ บ ใ จ เ มื่ อ เ ร า ท้ อ
ผ - ผ า ย มื อ ต้ อ น รั บ เ ร า เ ส ม อ
ฝ - ฝ า ก ค ว า ม จ ริ ง ใ จ ไ ว้ กั บ เ ร า
พ - เ พิ่ ม พ ลั ง ใ ห้ แ ก่ เ ร า
ฟ - ฟั ง เ ร า เ ส ม อ
ภ - ภู มิ ใ จ ใ น ตั ว เ ร า
ม - ม อ บ สิ่ ง ดี ดี แ ก่ เ ร า
ย - ย ก โ ท ษ ใ ห้ กั บ ข้ อ ผิ ด พ ล า ด ข อ ง เ ร า
ร - รั ก ที่ เ ร า เ ป็ น เ ร า
ล - ล ะ เ อี ย ด อ่ อ น กั บ ค ว า ม รู้ สึ ก ข อ ง เ ร า
ว - ไ ว้ ใ จ เ ร า
ศ - ศึ ก ษ า นิ สั ย ที่ แ ท้ จ ริ ง ข อ ง เ ร า
ส - สั ง เ ก ต ค ว า ม เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ใ น ตั ว เ ร า
ห - เ ห็ น คุ ณ ค่ า ข อ ง เ ร า
อ - อ ธิ บ า ย ใ น สิ่ ง ที่ เ ร า ไ ม่ เ ข้ า ใ จ
ฮ - เ ฮ ฮ า กั บ เ ร า ไ ด้ ทุ ก เ ว ล า ...*
02 March 2011
ปฏิทิน ฤกษ์แต่งงานปี 2554
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 1 มกราคม ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 7 , 9 , 14 , 21 , 23 , 30
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 2 กุมภาพันธ์ ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 4 , 8 , 10 , 15 , 17 , 25
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 3 มีนาคม ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 1 , 3 , 4 , 6 , 11 , 13 , 18 , 20 , 22 , 25 , 29
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 4 เมษายน ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ -
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 5 พฤษภาคม ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 6 , 9 , 13 , 14 , 16 , 20 , 23 , 27 , 28 , 30
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 6 มิถุนายน ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 3 , 4 , 6 , 7 , 11 , 17 , 20 , 21 , 25 , 28
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 7 กรกฎาคม ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 4 , 5 , 9 , 12 , 18 , 19 , 22 , 25 , 26 , 29
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 8 สิงหาคม ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 2 , 6 , 9 , 12 , 13 , 15 , 16 , 19 , 20 , 23 , 26 , 27
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 9 กันยายน ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 6 , 10 , 17 , 19 , 24 , 26 , 30
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 10 ตุลาคม ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 3 , 7 , 10 , 11 , 14 , 17 , 28 , 29 , 31
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 11 พฤศจิกายน ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 1 , 8 , 11 , 12 , 14 , 15 , 19 , 22 , 28 , 29
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 12 ธันวาคม ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 2 , 6 , 9 , 12 , 13 , 16 , 17 , 19 , 20 , 23 , 24 , 30 ,31
ที่มา : http://www.n3k.in.th/
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 2 กุมภาพันธ์ ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 4 , 8 , 10 , 15 , 17 , 25
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 3 มีนาคม ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 1 , 3 , 4 , 6 , 11 , 13 , 18 , 20 , 22 , 25 , 29
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 4 เมษายน ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ -
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 5 พฤษภาคม ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 6 , 9 , 13 , 14 , 16 , 20 , 23 , 27 , 28 , 30
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 6 มิถุนายน ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 3 , 4 , 6 , 7 , 11 , 17 , 20 , 21 , 25 , 28
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 7 กรกฎาคม ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 4 , 5 , 9 , 12 , 18 , 19 , 22 , 25 , 26 , 29
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 8 สิงหาคม ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 2 , 6 , 9 , 12 , 13 , 15 , 16 , 19 , 20 , 23 , 26 , 27
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 9 กันยายน ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 6 , 10 , 17 , 19 , 24 , 26 , 30
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 10 ตุลาคม ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 3 , 7 , 10 , 11 , 14 , 17 , 28 , 29 , 31
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 11 พฤศจิกายน ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 1 , 8 , 11 , 12 , 14 , 15 , 19 , 22 , 28 , 29
ฤกษ์แต่งงาน ปี 2554 ประจำเดือน 12 ธันวาคม ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล วันที่ 2 , 6 , 9 , 12 , 13 , 16 , 17 , 19 , 20 , 23 , 24 , 30 ,31
ที่มา : http://www.n3k.in.th/
Subscribe to:
Comments (Atom)